นกม๊องค์ราคาเท่าไหร่ ตารางราคาแยกสี และวิธีดูว่าราคาสมเหตุสมผลไหม
นกม๊องค์ราคาเท่าไหร่ในตลาดไทยตอนนี้ ลูกป้อนเขียว 5,000 ถึง 9,000 บาท บลู 15,000 ถึง 25,000 บาท พร้อมตารางราคาแยกสีและวิธีเช็คว่าราคาแพงเกินไปไหม
คำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดจากคนที่ทักมาคือ นกม๊องค์ราคาเท่าไหร่ และทำไมเห็นประกาศบางที่ 5,000 บาท บางที่ 30,000 บาท ทั้งที่ดูเป็นนกชนิดเดียวกัน บทความนี้ผมจะเล่าจากประสบการณ์เพาะและเลี้ยงม๊องค์พาราคีทมาหลายปี ว่าราคาในตลาดไทยช่วงนี้อยู่ตรงไหน อะไรทำให้ราคาต่างกัน และมือใหม่จะดูยังไงว่าตัวเลขที่เจอสมเหตุสมผลหรือไม่
ผมตั้งใจเขียนให้คนที่กำลังจะซื้อตัวแรกอ่านแล้วตัดสินใจได้เอง ไม่ต้องเชื่อคนขายอย่างเดียว เพราะนกม๊องค์เป็นนกที่อยู่กับเราได้ 20 ปีขึ้นไป เงินที่จ่ายวันแรกจึงสำคัญน้อยกว่าการได้นกที่แข็งแรงและเข้ากับบ้านเราได้จริง
นกม๊องค์ราคาเท่าไหร่ในตลาดไทยตอนนี้
ตอบสั้น ๆ ก่อนเลยว่า ลูกป้อนม๊องค์สีเขียวธรรมดาช่วงนี้อยู่ที่ 5,000 ถึง 9,000 บาท สีบลูอยู่ที่ 15,000 ถึง 25,000 บาท และสีหายากอย่าง Opaline, Turquoise, Lutino หรือสีผสมหลายยีนขยับไปถึง 20,000 ถึง 40,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นราคาที่ผมเห็นซื้อขายกันจริงในกลุ่มคนเลี้ยงนกไทยช่วงนี้ ไม่ใช่ราคาตั้งสูงสุดที่บางคนโพสต์ไว้เผื่อต่อ
สิ่งที่อยากให้จำไว้คือ ราคานกม๊องค์ไม่ใช่ราคาตายตัวเหมือนสินค้าในห้าง มันขยับขึ้นลงตามฤดูเพาะ ตามความเชื่องของนกแต่ละตัว และตามพันธุกรรมที่พ่อแม่นกส่งต่อมา ราคาที่ผมให้ไว้จึงเป็นกรอบกว้าง ๆ ให้ใช้เทียบ ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องยึดเป๊ะ
อีกอย่างคือเรื่องชื่อเรียก คนไทยเรียกนกชนิดนี้หลายแบบ ทั้งนกม๊องค์ ม็องค์ หรือม๊องค์พาราคีท ส่วนชื่อสากลคือ Monk Parakeet และในฝั่งอเมริกามักเรียกว่า Quaker Parrot ทั้งหมดคือนกตัวเดียวกัน เวลาค้นหาราคาให้ลองใช้หลายคำ จะเห็นภาพตลาดกว้างขึ้นและเทียบราคาได้แม่นกว่า
ตารางราคานกม๊องค์แยกตามสี
ตารางด้านล่างคือช่วงราคาลูกป้อนที่ผมรวบรวมจากการซื้อขายจริงในไทยช่วงนี้ แยกตามสีที่เจอบ่อยในตลาด ราคาเป็นราคาต่อตัว ยังไม่รวมกรงและอุปกรณ์
| สี | ราคาลูกป้อน (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เขียวธรรมดา (Green) | 5,000 ถึง 9,000 | สีดั้งเดิม หาง่ายที่สุด เหมาะกับมือใหม่ |
| เขียว split (แฝงยีนสีอื่น) | 10,000 ถึง 16,000 | หน้าตาเหมือนเขียวธรรมดา แต่มียีนบลูหรือสีอื่นซ่อนอยู่ ราคาขึ้นกับว่า split อะไร |
| บลู (Blue) | 15,000 ถึง 25,000 | สีที่คนถามหามากที่สุด ราคาแกว่งตามฤดูชัดเจน |
| Opaline | 20,000 ถึง 40,000 | ลายปีกและหน้าอกต่างจากเขียวปกติ ยังมีน้อยในไทย |
| Turquoise | 20,000 ถึง 40,000 | ฟ้าอมเขียว ต้องดูตัวจริงให้ดีว่าไม่ใช่บลูที่รูปถ่ายเพี้ยน |
| Lutino (ลูติโน่) | 20,000 ถึง 40,000 | เหลืองทั้งตัว ตาแดง เพาะยากกว่าสีอื่น |
| สีผสม (combination) เช่น Opaline Blue, Turquoise Opaline | 25,000 ถึง 40,000 ขึ้นไป | รวมยีนหลายตัวในตัวเดียว ราคาขึ้นกับความหายากของคู่ยีน |
ถ้าเจอราคาที่ต่ำกว่าตารางมาก ๆ อย่าเพิ่งดีใจ ให้ตั้งคำถามว่านกอายุเท่าไหร่ สุขภาพเป็นยังไง และคนขายรู้จักนกตัวนั้นดีแค่ไหน ส่วนถ้าราคาสูงกว่าตารางก็ไม่ได้แปลว่าโดนหลอกเสมอไป เพราะบางตัวมีปัจจัยพิเศษที่จะเล่าในหัวข้อถัดไป
ทำไมนกม๊องค์แต่ละตัวราคาต่างกันมาก
ราคาต่างกันเพราะ 4 เรื่องหลัก คือ สี อายุ ความเชื่อง และพันธุกรรมของพ่อแม่ ตัวที่แพงไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป แต่แปลว่ามีของบางอย่างที่คนเลี้ยงยอมจ่ายเพิ่ม
- สี เป็นตัวกำหนดใหญ่ที่สุด สีเขียวคือสีธรรมชาติ เพาะได้ง่ายและมีเยอะ ส่วนสีอื่นเกิดจากยีนด้อยที่ต้องจับคู่พ่อแม่ให้ถูก ลูกที่ออกมาเป็นสีที่ต้องการจึงมีจำนวนน้อยกว่าและราคาสูงกว่า
- อายุ ลูกป้อนที่ยังต้องป้อนอาหารจะราคาหนึ่ง พอเริ่มกินเองได้และเชื่องแล้วราคามักขยับขึ้น เพราะคนขายลงแรงและเวลาไปแล้ว ส่วนนกโตที่ไม่เชื่องราคากลับถูกลง
- ความเชื่อง นกที่ step up ได้ ให้จับได้ ไม่กัด ราคาจะสูงกว่านกที่กลัวคนอย่างชัดเจน เพราะการฝึกให้กลับมาเชื่องใช้เวลาเป็นเดือนและไม่ได้สำเร็จทุกตัว
- พันธุกรรม ลูกที่มาจากพ่อแม่สีหายาก หรือเป็น split ยีนที่คนเพาะต้องการ จะมีราคาสูงกว่าถึงแม้ตัวมันเองจะเป็นสีเขียวธรรมดา เพราะคนซื้อเอาไปต่อยอดในการเพาะได้
นอกจาก 4 เรื่องนี้ยังมีเรื่องพื้นที่ด้วย ราคาในกรุงเทพและปริมณฑลมักสูงกว่าต่างจังหวัดเล็กน้อย เพราะความต้องการเยอะกว่า และค่าขนส่งนกมีชีวิตก็ถูกบวกเข้าไปในราคาบางครั้ง ถ้าอยู่ต่างจังหวัดลองหาคนเพาะใกล้บ้านก่อน อาจได้ราคาดีกว่าและได้ไปดูนกตัวจริงด้วย
ลูกป้อนม๊องค์ราคาต่างจากนกโตอย่างไร
ลูกป้อนม๊องค์ราคาถูกกว่านกที่หย่าป้อนและเชื่องแล้วประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาทในสีเดียวกัน แต่แพงกว่านกโตที่ไม่เชื่อง เพราะนกโตที่จับไม่ได้มักขายกันถูกกว่าลูกป้อนเสียอีก
เหตุผลที่ลูกป้อนราคาต่ำกว่านกเชื่องแล้ว คือคนซื้อต้องรับภาระป้อนอาหารเองวันละ 2 ถึง 4 มื้อในช่วงแรก ต้องคุมอุณหภูมิ และมีความเสี่ยงที่ลูกนกจะป่วยถ้าป้อนผิด คนขายจึงคิดราคาต่ำกว่านิดหน่อยเพื่อชดเชยตรงนี้ แต่ข้อดีคือนกที่เราป้อนเองจะติดเราแน่นกว่า และเราจะรู้นิสัยมันตั้งแต่เล็ก
ช่วงอายุที่ผมแนะนำให้มือใหม่รับลูกป้อนคือประมาณ 5 ถึง 7 สัปดาห์ ขนขึ้นเกือบเต็มตัว ป้อนวันละ 2 ถึง 3 มื้อ และเริ่มจิกอาหารเม็ดเล่นได้บ้างแล้ว ลูกป้อนที่เล็กกว่านี้ราคาอาจถูกกว่าอีก แต่โอกาสเลี้ยงไม่รอดสูงขึ้นมากถ้าไม่เคยป้อนนกมาก่อน
ตารางเทียบราคาตามช่วงอายุ (สีเขียวธรรมดา)
| ช่วงอายุ / สถานะ | ราคาโดยประมาณ (บาท) | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| ลูกป้อนอายุ 3 ถึง 4 สัปดาห์ (ป้อนวันละ 3 ถึง 4 มื้อ) | 5,000 ถึง 6,500 | คนที่เคยป้อนนกมาแล้ว |
| ลูกป้อนอายุ 5 ถึง 7 สัปดาห์ (ป้อนวันละ 2 ถึง 3 มื้อ) | 6,000 ถึง 8,000 | มือใหม่ที่พร้อมเรียนรู้ |
| หย่าป้อนแล้ว เชื่อง step up ได้ | 8,000 ถึง 10,000 | คนไม่มีเวลาป้อน อยากได้นกพร้อมเล่น |
| นกโต 1 ปีขึ้นไป ไม่เชื่อง | 3,500 ถึง 6,000 | คนที่จะเอาไปจับคู่เพาะ ไม่ได้เน้นเล่น |
ม๊องค์บลูราคาแพงกว่าเขียวเพราะอะไร
ม๊องค์บลูราคาแพงกว่าเขียวเพราะสีบลูเป็นยีนด้อย ลูกจะออกมาเป็นบลูได้ก็ต่อเมื่อทั้งพ่อและแม่มียีนบลูอยู่ ทำให้จำนวนลูกบลูในแต่ละฤดูเพาะน้อยกว่าเขียวมาก ขณะที่ความต้องการกลับสูงกว่า
อธิบายให้เห็นภาพ ถ้าจับคู่เขียว split บลู กับเขียว split บลู ลูกที่ออกมาจะเป็นบลูเฉลี่ยแค่ 1 ใน 4 ตัว ที่เหลือเป็นเขียวที่อาจจะ split หรือไม่ split ก็ได้ และมองจากภายนอกแยกไม่ออก ส่วนถ้าจับคู่บลูกับบลูจะได้ลูกบลูทั้งหมด แต่พ่อแม่บลูคู่หนึ่งก็ราคาหลายหมื่นแล้ว ต้นทุนของคนเพาะจึงสูงตามไปด้วย
ราคาม๊องค์บลูช่วงนี้อยู่ที่ 15,000 ถึง 25,000 บาทสำหรับลูกป้อน ถ้าเห็นบลูราคา 8,000 บาท ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นนกโตไม่เชื่อง นกมีปัญหาสุขภาพ หรือรูปที่ลงไม่ตรงกับตัวจริง ส่วนบลูที่ราคาเกิน 25,000 บาทมักเป็นบลูที่ split ยีนอื่นเพิ่ม เช่น split Opaline ซึ่งคนเพาะยอมจ่ายเพราะเอาไปต่อยอดได้
จะรู้ได้อย่างไรว่าราคานกม๊องค์ที่เจอสมเหตุสมผล
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาราคาที่เจอมาเทียบกับตารางด้านบน แล้วถามคนขาย 5 คำถามต่อไปนี้ ถ้าตอบได้ชัดเจนทุกข้อ ราคาที่สูงกว่ากรอบนิดหน่อยก็ถือว่ารับได้ แต่ถ้าตอบไม่ได้สักข้อ ต่อให้ราคาถูกก็ควรถอย
- นกอายุเท่าไหร่ ฟักวันไหน คนเพาะเองจะตอบได้ทันที ถ้าตอบกว้าง ๆ ว่าประมาณเดือนกว่า ให้ระวังไว้ก่อน
- พ่อแม่เป็นสีอะไร คำตอบนี้บอกได้ว่าลูกเป็น split อะไรได้บ้าง และเป็นตัวตัดสินว่าราคา split ที่ขอมาสมเหตุสมผลไหม
- ตอนนี้กินอะไร ป้อนกี่มื้อ ถ้าบอกว่าเป็นลูกป้อนแต่กินเม็ดเองได้แล้ว หรือบอกว่าหย่าป้อนแล้วแต่ยังต้องป้อนอยู่ แสดงว่าคนขายไม่ได้ดูนกใกล้ชิด
- ขอดูคลิปสด ไม่ใช่รูปเก่า ให้ดูว่านกตาใส ขนแน่น ก้นสะอาด ยืนมั่นคง และตอบสนองต่อเสียงคน
- ให้คำปรึกษาหลังส่งมอบไหม คนขายที่มั่นใจในนกตัวเองมักยินดีตอบคำถามต่อ อย่างน้อยในช่วงป้อนสัปดาห์แรก ๆ
อีกเทคนิคที่ผมใช้คือดูราคาเทียบกันหลาย ๆ ที่ในสัปดาห์เดียวกัน ถ้าตลาดส่วนใหญ่ขายบลูที่ 18,000 บาท แล้วมีที่หนึ่งขาย 12,000 บาท ความต่างขนาดนี้มักมีเหตุผลซ่อนอยู่ อาจไม่ใช่เรื่องร้าย แต่ต้องรู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไรก่อนโอนเงิน
สัญญาณที่ควรถอยทันที คือขอให้โอนมัดจำก่อนดูคลิปสด บอกว่าเป็นสีหายากแต่ให้ดูจากรูปที่แสงเพี้ยน หรือกดดันว่ามีคนจองต่อคิวอยู่ นกม๊องค์มีคนเพาะกันตลอดปี ไม่มีความจำเป็นต้องรีบตัดสินใจภายในวันเดียว
ซื้อนกม๊องค์ช่วงไหนราคาถูกที่สุด
ราคาลูกป้อนมักถูกที่สุดในช่วงที่ลูกนกออกพร้อมกันเยอะ เพราะคนเพาะหลายเจ้ามีลูกให้ปล่อยในเวลาเดียวกันและต้องแข่งกันเอง ส่วนช่วงที่ลูกป้อนในตลาดหายากราคาจะดีดขึ้น บางครั้งต่างกัน 1,000 ถึง 3,000 บาทในสีเดียวกัน
ในไทยนกม๊องค์ให้ลูกได้เกือบทั้งปี แต่จากที่ผมเพาะเอง ช่วงอากาศเย็นและไม่ร้อนจัดจะได้ลูกดกกว่า พอเข้าช่วงร้อนจัดคู่นกหลายคู่จะพักและวางไข่น้อยลง ลูกป้อนในตลาดจึงบางลงและราคาขยับขึ้นตาม ถ้าไม่รีบ ลองเฝ้าดูราคาสัก 1 ถึง 2 เดือนก่อนตัดสินใจ จะเห็นจังหวะเอง
แต่อย่าซื้อเพราะราคาถูกอย่างเดียว ช่วงที่ลูกออกเยอะคือช่วงที่คนเพาะบางเจ้าปล่อยลูกเร็วเกินไปเพื่อลดภาระป้อน ลูกที่เล็กเกินไปถูกจริงแต่เสี่ยงมาก ถ้ามือใหม่ให้ยอมจ่ายเพิ่มอีกหน่อยเพื่อเอาลูกที่โตพอแล้วจะคุ้มกว่า
นอกจากค่าตัวนก ต้องเตรียมเงินอะไรอีกบ้าง
ต้องเผื่อเงินอีกอย่างน้อย 3,000 ถึง 7,000 บาทสำหรับกรง อุปกรณ์ และอาหารเดือนแรก ค่าตัวนกจึงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเงินที่ต้องเตรียมจริง โดยเฉพาะถ้าซื้อสีเขียวที่ค่าตัวไม่สูงมาก ค่าอุปกรณ์อาจเกือบเท่าค่าตัวนก
| รายการ | ราคาโดยประมาณ (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| กรงขนาดอย่างน้อย 45 x 45 x 60 ซม. | 1,500 ถึง 4,000 | ยิ่งกว้างยิ่งดี ซี่ห่างไม่เกิน 1.5 ซม. |
| ผงอาหารลูกป้อน 1 กระป๋อง | 300 ถึง 600 | ใช้ได้ตลอดช่วงป้อนถ้าเลี้ยงตัวเดียว |
| หลอดฉีดยาหรือช้อนป้อน | 50 ถึง 150 | ควรมีสำรอง 2 ถึง 3 ชิ้น |
| กล่องอนุบาลและหลอดไฟให้ความอบอุ่น | 300 ถึง 800 | จำเป็นถ้ารับลูกป้อนอายุต่ำกว่า 6 สัปดาห์ |
| อาหารเม็ดและเมล็ดธัญพืชเดือนแรก | 300 ถึง 600 | เริ่มวางให้จิกเล่นตั้งแต่ช่วงป้อน |
| คอน ของเล่น ถ้วยอาหารและน้ำ | 300 ถึง 800 | นกม๊องค์ชอบแทะ ต้องเปลี่ยนของเล่นเรื่อย ๆ |
ค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังจากนั้นไม่สูง อาหารและของเล่นรวมกันราว 300 ถึง 800 บาทต่อเดือน แต่ควรกันเงินสำรองไว้สำหรับค่าหาหมอนกด้วย เพราะเวลานกป่วยมักต้องรักษาเร็ว และคลินิกที่รับรักษานกมีไม่มากเท่าคลินิกหมาแมว
สรุปก่อนตัดสินใจซื้อนกม๊องค์
ถ้าถามว่าม๊องค์ราคาเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าคุ้ม ผมตอบว่าราคาที่คุ้มคือราคาที่ซื้อแล้วได้นกแข็งแรง อายุตรงตามที่บอก และคนขายตอบคำถามเราได้ ไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดในกลุ่ม
สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำเริ่มจากสีเขียวธรรมดาที่ 6,000 ถึง 8,000 บาท อายุ 5 ถึง 7 สัปดาห์ ได้นกที่เชื่องง่าย เลี้ยงรอดสูง และถ้าชอบจริงค่อยขยับไปหาบลูหรือสีหายากตัวที่ 2 ตอนที่เรามีประสบการณ์แล้ว การเลี้ยงนกม็องค์ให้รอดและมีความสุขสำคัญกว่าสีที่มันเป็นเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
นกม๊องค์ตัวผู้กับตัวเมียราคาต่างกันไหม
ราคาแทบไม่ต่างกันถ้าเลี้ยงเล่น เพราะดูจากภายนอกแยกเพศไม่ได้และต้องตรวจ DNA ถึงจะรู้ ราคาจะต่างก็ต่อเมื่อคนเพาะต้องการเพศใดเพศหนึ่งไปจับคู่ และมักบวกค่าตรวจ DNA ราว 300 ถึง 500 บาทเข้าไปในราคา
ราคานกม๊องค์รวมค่าส่งไหม ส่งต่างจังหวัดได้หรือเปล่า
ส่วนใหญ่ราคาที่ประกาศยังไม่รวมค่าส่ง ค่าส่งนกมีชีวิตทางรถโดยสารหรือรถขนส่งสัตว์เลี้ยงอยู่ราว 300 ถึง 800 บาทแล้วแต่ระยะทาง ลูกป้อนที่ยังเล็กมากไม่ควรส่งไกล ถ้าอยู่ต่างจังหวัดควรเลือกลูกที่อายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป
ซื้อนกม๊องค์ต้องมัดจำเท่าไหร่ และผ่อนได้ไหม
มัดจำที่เจอทั่วไปอยู่ราว 1,000 ถึง 3,000 บาทเพื่อจองลูกที่ยังไม่ถึงวัยส่งมอบ ส่วนการผ่อนแล้วแต่คนขายตกลงกันเอง ไม่ใช่เรื่องปกติของตลาด ถ้าจะมัดจำควรได้ดูคลิปสดของลูกตัวนั้นและรู้วันที่ส่งมอบชัดเจนก่อนโอน
นกม๊องค์เขียว split บลู ดูจากภายนอกได้ไหม
ดูไม่ได้ เขียว split บลู มีหน้าตาเหมือนเขียวธรรมดาทุกอย่าง จะรู้ได้จากประวัติพ่อแม่หรือจากการที่มันให้ลูกบลูออกมาแล้วเท่านั้น ดังนั้นราคา split ที่สูงกว่าเขียวธรรมดาต้องมาพร้อมข้อมูลพ่อแม่ที่ชัดเจน
ราคานกม๊องค์จะถูกลงในอนาคตไหม
สีเขียวธรรมดาราคาค่อนข้างนิ่งมาหลายปีแล้วเพราะเพาะได้ง่าย ส่วนสีหายากมีแนวโน้มถูกลงเมื่อคนเพาะได้มากขึ้น เหมือนที่บลูเคยแพงกว่านี้มากเมื่อหลายปีก่อน ถ้าซื้อเพื่อเลี้ยงเล่นไม่ต้องรอ แต่ถ้าซื้อเพื่อเพาะขายควรคิดเผื่อว่าราคาสีนั้นอาจลงในอีก 2 ถึง 3 ปี
นกม๊องค์คู่เพาะราคาเท่าไหร่
คู่เพาะสีเขียวที่พร้อมให้ลูกมักอยู่ราว 10,000 ถึง 18,000 บาทต่อคู่ ส่วนคู่บลูหรือคู่ที่ split สีหายากขยับไป 30,000 ถึง 60,000 บาทขึ้นไป คู่ที่เคยให้ลูกมาแล้วจะแพงกว่าคู่ที่เพิ่งจับคู่ใหม่ เพราะพิสูจน์แล้วว่าเข้ากันได้จริง
ถ้างบไม่ถึง 5,000 บาท ควรรอเก็บเงินหรือซื้อนกโตไม่เชื่องดี
ถ้าอยากได้นกไว้เล่นและพูดด้วย ผมแนะนำให้รอเก็บเงินซื้อลูกป้อน เพราะนกโตที่ไม่เชื่องอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงจะยอมให้จับ และบางตัวไม่เชื่องเลย นกโตราคาถูกเหมาะกับคนที่จะเอาไปจับคู่เพาะมากกว่า