ม๊องค์เลี้ยงในคอนโดได้ไหม เสียงดังแค่ไหน อยู่กับเพื่อนบ้านยังไงให้รอด
ม๊องค์เลี้ยงในคอนโดได้ ถ้ารู้ว่านกแก้วเสียงดังไหม กลิ่นกับขนจัดการยังไง บทความนี้เล่าจากประสบการณ์เลี้ยงจริง พร้อมวิธีอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้าน
คำถามที่ผมโดนถามบ่อยที่สุดในช่วง 2 ถึง 3 ปีมานี้ ไม่ใช่เรื่องสีหรือราคา แต่เป็นคำถามว่า "อยู่คอนโดเลี้ยงนกม๊องค์ได้ไหม" เพราะคนเลี้ยงนกรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่บ้านเดี่ยวมีสนามแล้ว หลายคนอยากได้นกที่พูดได้ เชื่อง ขนาดกำลังดี แต่กลัวว่าเสียงจะไปรบกวนห้องข้าง ๆ จนโดนร้องเรียน บทความนี้ผมจะเล่าตรง ๆ จากประสบการณ์เลี้ยงและเพาะนกม๊องค์มาหลายปี ทั้งช่วงที่อยู่บ้านและช่วงที่ต้องย้ายมาอยู่คอนโดกับนกด้วยกัน
นกม๊องค์เลี้ยงในคอนโดได้ไหม
เลี้ยงได้ และเป็นนกแก้วขนาดกลางที่ผมแนะนำสำหรับคนอยู่คอนโดมากกว่าหลายชนิด แต่ต้องยอมรับก่อนว่ามันไม่ใช่นกเงียบ และคุณต้องลงแรงจัดการเรื่องเสียงกับความสะอาดมากกว่าคนที่อยู่บ้านเดี่ยว
เหตุผลที่นกม๊องค์เหมาะกับคอนโดคือขนาดตัวประมาณ 28 ถึง 30 เซนติเมตร น้ำหนักราว 90 ถึง 120 กรัม ไม่ต้องใช้กรงใหญ่เท่านกแก้วตัวโต กินไม่เยอะ ขี้ไม่เหม็นเท่านกใหญ่ และที่สำคัญคือฉลาดพอที่จะฝึกให้อยู่กับกิจวัตรของเราได้ Monk Parakeet ในธรรมชาติเป็นนกที่อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ นิสัยชอบสังคมจึงติดตัวมา พออยู่กับคนมันจะมองเราเป็นฝูง ถ้าเราให้เวลามันพอ มันจะไม่ค่อยร้องเรียกหาเหมือนนกที่ถูกทิ้งไว้ลำพัง
ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจคือ ถ้าคุณออกจากห้องตั้งแต่ 7 โมงเช้ากลับ 2 ทุ่มทุกวัน แล้วปล่อยนกอยู่ในห้องเงียบ ๆ ตัวเดียว นกม๊องค์จะเริ่มร้องเรียกและอาจพัฒนาเป็นพฤติกรรมถอนขน ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาของคอนโด แต่เป็นปัญหาของเวลา ซึ่งจะไปกระทบเพื่อนบ้านโดยตรง
นกแก้วเสียงดังไหม แล้วนกม๊องค์ดังแค่ไหนเมื่อเทียบกับตัวอื่น
นกแก้วทุกชนิดมีเสียงดัง ไม่มีนกแก้วที่เงียบสนิท แต่นกม๊องค์จัดอยู่ระดับกลาง ดังกว่าค็อกคาเทลและเลิฟเบิร์ดชัดเจน แต่เบากว่าซันคอนัวร์ กระตั้ว หรือมาคอว์แบบเทียบกันไม่ได้
เสียงของนกม๊องค์มี 2 แบบหลัก แบบแรกคือเสียงพูดคุยพึมพำ เป็นเสียงเบาที่มันทำทั้งวันเวลาอารมณ์ดี เสียงแบบนี้ปิดประตูห้องนอนก็แทบไม่ได้ยินแล้ว แบบที่สองคือเสียงกรี๊ดร้องเรียก เป็นเสียงแหลมสั้น ๆ ที่ดังทะลุผนังได้ ซึ่งมักเกิดตอนตกใจ ตอนเรียกหาเจ้าของ หรือตอนเช้ากับเย็นที่เป็นเวลาฝูงนกส่งเสียงตามธรรมชาติ
จากที่ผมเลี้ยงมาหลายตัว ตัวที่เลี้ยงตั้งแต่ลูกป้อนและได้อยู่กับคนเยอะ ๆ จะกรี๊ดน้อยกว่าตัวที่ซื้อมาตอนโตชัดเจน เพราะมันไม่ต้องร้องหาความสนใจ ส่วนเรื่องเพศ ผมไม่เห็นความต่างที่ชัดเจนพอจะฟันธง ตัวเมียบางตัวเงียบมาก ตัวผู้บางตัวก็เงียบ ขึ้นกับนิสัยและการเลี้ยงมากกว่า
| ชนิดนกแก้ว | ระดับเสียงโดยรวม | ลักษณะเสียงที่รบกวน | เหมาะกับคอนโดไหม |
|---|---|---|---|
| เลิฟเบิร์ด | ต่ำถึงกลาง | เสียงจิ๊บแหลม ถี่ แต่ไม่ทะลุผนังมาก | เหมาะ |
| ค็อกคาเทล | ต่ำถึงกลาง | ผิวปาก ร้องเรียกตอนเช้า | เหมาะ |
| นกม๊องค์ | กลาง | กรี๊ดสั้นเป็นช่วง พูดพึมพำทั้งวัน | เหมาะ ถ้าฝึกและให้เวลา |
| ซันคอนัวร์ | สูง | กรี๊ดแหลมยาว ดังต่อเนื่อง | ไม่ค่อยเหมาะ |
| กระตั้ว | สูงมาก | กรี๊ดดังมาก ทะลุหลายชั้น | ไม่เหมาะ |
ตารางนี้เป็นการเทียบจากประสบการณ์เลี้ยงของผมเอง ไม่ใช่ตัวเลขวัดเดซิเบล นกแต่ละตัวต่างกันได้เยอะ แต่ภาพรวมจะประมาณนี้
นกม๊องค์ร้องตอนไหนบ้าง และลดเสียงได้ยังไง
นกม๊องค์ร้องดังที่สุด 2 ช่วง คือหลังตื่นตอนเช้าราว 6 ถึง 8 โมง และก่อนพลบค่ำราว 5 ถึง 6 โมงเย็น นอกจากนั้นจะร้องเมื่อตกใจ เมื่อเห็นเจ้าของแล้วอยากออกจากกรง หรือเมื่อโดนทิ้งไว้เงียบ ๆ นาน ๆ
วิธีที่ผมใช้แล้วได้ผลจริงในคอนโด ทำตามลำดับนี้
- คลุมกรงตอนกลางคืนและเปิดช้าลงตอนเช้า นกม๊องค์ตื่นตามแสง ถ้าผ้าคลุมทึบพอ นกจะเงียบจนกว่าเราจะเปิด ผมเปิดผ้าคลุมประมาณ 7 โมงครึ่งในวันทำงาน ทำให้เสียงตอนเช้าตรงกับเวลาที่เพื่อนบ้านตื่นแล้วส่วนใหญ่
- ให้นกได้ออกจากกรงวันละอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นกที่ได้ปีน ได้เล่น ได้เกาะไหล่ตอนเราทำงาน จะกรี๊ดน้อยลงมาก เสียงร้องเรียกส่วนใหญ่มาจากความเบื่อและอยากอยู่ใกล้คน
- อย่าตอบสนองเสียงกรี๊ด ถ้านกกรี๊ดแล้วเราวิ่งไปหา มันจะเรียนรู้ว่ากรี๊ดแล้วได้ผล ให้รอจนมันเงียบสัก 3 ถึง 5 วินาทีค่อยเข้าไป แล้วชมหรือให้ขนมทันที ทำแบบนี้สม่ำเสมอ 2 ถึง 3 สัปดาห์จะเห็นผล
- ตอบเสียงพูดคุยเบา ๆ แทน เวลานกพึมพำหรือพูด ให้เราตอบกลับด้วยเสียงเบา นกจะเรียนรู้ว่าเสียงเบาก็สื่อสารได้ นี่คือเหตุผลที่นกม๊องค์ที่พูดเก่งมักกรี๊ดน้อย
- เปิดเสียงเบา ๆ ทิ้งไว้ตอนไม่อยู่ วิทยุหรือเพลงเบา ๆ ช่วยให้นกไม่รู้สึกว่าห้องเงียบผิดปกติ ผมใช้เสียงพูดคุยมากกว่าเพลง เพราะนกม๊องค์ชอบฟังคนพูด
- หมุนเวียนของเล่น ให้ของเล่นแทะไม้ ของเล่นซ่อนอาหาร สลับทุก 3 ถึง 4 วัน นกที่ยุ่งกับการแทะจะไม่ค่อยร้อง
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือตะโกนใส่นกหรือเคาะกรงตอนมันกรี๊ด เพราะสำหรับนก เสียงดังของเราคือการตอบรับ มันจะยิ่งกรี๊ดสนุก และอย่าใช้วิธีคลุมกรงทั้งวันเพื่อให้เงียบ นกจะเครียดและถอนขนในที่สุด
นกม๊องค์มีกลิ่นไหม
ตัวนกม๊องค์แทบไม่มีกลิ่น ถ้าคุณดมที่ตัวจะได้กลิ่นคล้ายฝุ่นแป้งอ่อน ๆ หรือกลิ่นเมล็ดพืช กลิ่นที่คนเข้าใจว่าเป็นกลิ่นนกจริง ๆ แล้วมาจากถาดรองกรงที่ไม่ได้ล้าง อาหารสดที่ทิ้งไว้จนบูด และน้ำที่ไม่เปลี่ยน
มูลของนกม๊องค์มีขนาดเล็ก แห้งเร็ว และไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ในห้องคอนโดที่ปิดแอร์ตลอด อากาศไม่ถ่ายเท กลิ่นอับจะสะสมได้ถ้าปล่อยถาดไว้เกิน 2 ถึง 3 วัน ผมใช้วิธีรองถาดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษรองกรงเปลี่ยนทุกวัน แล้วล้างถาดด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทุก 3 วัน
สิ่งที่มีกลิ่นแรงจริงคือผลไม้และผักที่ให้แล้วนกกินไม่หมด โดยเฉพาะมะละกอ กล้วย และข้าวโพดต้ม ในห้องแอร์อาจดูไม่บูดแต่กลิ่นจะขึ้น ให้เก็บออกภายใน 2 ถึง 3 ชั่วโมงหลังให้ ส่วนอาหารเม็ดและเมล็ดธัญพืชแทบไม่มีกลิ่น
ขนนกม๊องค์ทำให้ห้องสกปรกไหม
ทำให้สกปรกแน่นอน แต่จัดการได้ นกม๊องค์มีฝุ่นขนน้อยกว่าค็อกคาเทลและกระตั้วมาก แต่จะมีขนอ่อนเล็ก ๆ ปลิว เปลือกเมล็ดกระเด็น และเศษของเล่นไม้ที่แทะแตกกระจายรอบกรงในรัศมีประมาณ 1 เมตร
ช่วงผลัดขนปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง จะมีขนร่วงเยอะกว่าปกติประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ ช่วงนี้ห้องคอนโดที่พื้นเป็นกระเบื้องหรือลามิเนตจะได้เปรียบ เพราะกวาดง่ายกว่าพรมเยอะ ถ้าห้องปูพรม ผมแนะนำวางแผ่นพลาสติกหรือเสื่อรองใต้กรงเลย
สิ่งที่ผมทำเป็นประจำในคอนโด
- ใช้ที่ครอบกันเปลือกเมล็ดรอบกรง หรือใช้กรงที่มีแผงกันกระเด็นด้านล่าง ลดขยะรอบกรงได้เกินครึ่ง
- เปลี่ยนจากเมล็ดผสมมาเป็นอาหารเม็ดเป็นหลัก ให้เมล็ดเป็นขนมเท่านั้น ฝุ่นและเปลือกจะลดลงมาก
- ดูดฝุ่นรอบกรงวันเว้นวัน ถ้าใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นให้ตั้งเวลาช่วงที่นกอยู่ในกรง เพราะนกม๊องค์บางตัวกลัวเสียงมัน บางตัวอยากลงไปขี่
- วางกรงห่างจากช่องแอร์ ไม่ให้ลมเป่าขนกระจายทั่วห้อง และนกจะไม่ป่วยจากลมเย็นโดยตรง
- เปิดเครื่องฟอกอากาศ ช่วยได้เรื่องฝุ่นขนละเอียด โดยเฉพาะคนที่แพ้ฝุ่นอยู่แล้ว
ที่ต้องระวังเป็นพิเศษในห้องปิดคือคนในบ้านที่มีอาการภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้ไปเล่นกับนกม๊องค์ที่บ้านเพื่อนหรือที่ฟาร์มสัก 2 ถึง 3 ครั้งก่อนตัดสินใจรับมาเลี้ยง จะได้รู้ว่าตัวเองแพ้ไหม
กรงขนาดไหนเหมาะกับการเลี้ยงนกม๊องค์ในคอนโด
กรงที่เล็กที่สุดที่ผมยอมรับได้สำหรับนกม๊องค์ 1 ตัวคือกว้าง 60 เซนติเมตร ลึก 45 เซนติเมตร สูง 60 เซนติเมตร ถ้ามีพื้นที่ในห้อง ควรขยับไปที่ 80 x 60 x 100 เซนติเมตร นกจะกางปีกและปีนเล่นได้เต็มที่ และเสียงร้องจากความอึดอัดจะน้อยลง
ระยะห่างซี่กรงต้องไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร เพราะนกม๊องค์ชอบเอาหัวมุดออก และเลือกกรงที่ประตูล็อกแน่น เพราะเป็นนกที่เปิดกลอนเก่งมาก ผมเคยเจอตัวที่เปิดกลอนธรรมดาได้ภายใน 2 วัน ต้องใช้กลอนแบบสปริงหรือคลิปล็อกเพิ่ม
| จำนวนนก | ขนาดกรงขั้นต่ำ (กว้าง x ลึก x สูง) | ขนาดที่แนะนำ | ราคากรงโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| 1 ตัว | 60 x 45 x 60 ซม. | 80 x 60 x 100 ซม. | 1,500 ถึง 4,000 บาท |
| 2 ตัว | 80 x 60 x 80 ซม. | 100 x 70 x 120 ซม. | 3,500 ถึง 7,000 บาท |
| กรงพกออกนอกบ้าน | 35 x 25 x 40 ซม. | ใช้ชั่วคราวไม่เกิน 2 ถึง 3 ชั่วโมง | 400 ถึง 1,200 บาท |
ราคากรงต่างกันตามวัสดุและแหล่งผลิต กรงเหล็กพ่นสีจะถูกกว่ากรงสแตนเลสมาก แต่นกม๊องค์แทะเก่ง กรงพ่นสีคุณภาพต่ำสีอาจลอกภายในปีเดียว ถ้าซื้อได้ให้เลือกกรงที่สีเคลือบดี หรือสแตนเลสไปเลยจะคุ้มระยะยาว
ตำแหน่งวางกรงในคอนโด ผมแนะนำมุมห้องที่ติดผนังอย่างน้อย 1 ด้าน นกจะรู้สึกปลอดภัยกว่ากลางห้อง วางให้ระดับกรงอยู่ประมาณระดับอกของเรา ไม่สูงกว่าหัวเพราะนกจะรู้สึกเป็นใหญ่กว่าคน และหลีกเลี่ยงการวางติดผนังที่กั้นกับห้องเพื่อนบ้านโดยตรง ถ้าห้องมีผนังที่ติดทางเดินส่วนกลางหรือติดห้องน้ำตัวเอง ให้วางฝั่งนั้นแทน
เลือกนกแบบไหนถ้าจะเลี้ยงในคอนโด
ถ้าตั้งใจเลี้ยงในคอนโด ผมแนะนำเริ่มจากลูกป้อนอายุประมาณ 6 ถึง 8 สัปดาห์ที่กำลังหัดกินเอง หรือลูกนกที่หย่านมแล้วไม่นานและเชื่องแล้ว ไม่แนะนำนกโตที่ไม่เคยเชื่องคน เพราะนกกลุ่มนี้ร้องเรียกและกรี๊ดตกใจบ่อยกว่ามาก
เรื่องสี ไม่มีผลกับเสียง สีเขียวธรรมดา บลู หรือ Opaline ส่งเสียงเท่ากันหมด เลือกตามงบและความชอบได้เลย ราคาตลาดไทยช่วงนี้ ลูกป้อนเขียวธรรมดาอยู่ที่ 5,000 ถึง 9,000 บาท เขียว split อยู่ที่ 10,000 ถึง 16,000 บาท บลูอยู่ที่ 15,000 ถึง 25,000 บาท ส่วน Opaline, Turquoise, Lutino และสี combination อยู่ที่ 20,000 ถึง 40,000 บาท ราคาเหล่านี้ขยับตามฤดู ความเชื่อง และพันธุกรรมของพ่อแม่ อย่ายึดเป็นราคาตายตัว
ส่วนคำถามว่าเลี้ยง 1 ตัวหรือ 2 ตัวดีสำหรับคอนโด คำตอบของผมคือ 1 ตัวก่อน นกม๊องค์ 2 ตัวจะร้องคุยกันและร้องแข่งกัน เสียงรวมดังกว่า 1 ตัวมากกว่าที่คิด และนกที่มีคู่จะเชื่องคนน้อยลง ถ้าอยากเพิ่มตัวที่ 2 ค่อยตัดสินใจหลังจากตัวแรกอยู่ตัวและเพื่อนบ้านไม่มีปัญหาแล้วสัก 6 เดือน
วิธีอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านและนิติบุคคล
หลักการเดียวที่ใช้ได้ทุกกรณีคือ อย่าให้เพื่อนบ้านรู้ว่าคุณมีนกจากเสียงร้องเป็นครั้งแรก ให้เขารู้จากปากคุณก่อน ผมเลี้ยงนกม็องค์ในคอนโดมาโดยไม่เคยโดนร้องเรียนเลย เพราะทำแบบนี้ตั้งแต่วันแรก
สิ่งที่ผมทำและแนะนำให้ทำ
- อ่านระเบียบคอนโดก่อนซื้อนก คอนโดหลายแห่งเขียนว่าห้ามสัตว์เลี้ยง แต่ในทางปฏิบัติมักหมายถึงสุนัขและแมว บางที่ระบุว่านกในกรงเลี้ยงได้ ถามนิติบุคคลตรง ๆ ว่านกแก้วขนาดเล็กในกรงเลี้ยงได้ไหม จะได้ไม่ต้องลุ้นทีหลัง
- ไปทักทายห้องข้าง ๆ ทั้ง 2 ฝั่ง บอกเขาว่าเรามีนกตัวเล็ก อาจมีเสียงบ้างช่วงเช้ากับเย็น และถ้ารบกวนให้บอกเราได้เลย ประโยคนี้ช่วยได้มหาศาล เพราะคนส่วนใหญ่รำคาญเสียงที่ไม่รู้ที่มามากกว่าเสียงที่รู้ว่าเจ้าของใส่ใจ
- ตั้งเวลาเงียบของตัวเอง ผมไม่ปล่อยนกออกกรงเล่นหลัง 3 ทุ่ม และคลุมกรงก่อน 4 ทุ่มทุกวัน เสียงตอนกลางคืนคือสิ่งที่คนทนได้น้อยที่สุด
- ระวังเสียงสะท้อนจากระเบียง ระเบียงคอนโดเป็นโพรงคอนกรีตที่ขยายเสียงได้ดีมาก ถ้าจะเอานกออกไปตากแดด ให้ทำช่วงสายที่คนออกไปทำงานแล้ว และไม่เกิน 30 นาที นอกจากเรื่องเสียงยังมีเรื่องความร้อนและนกหลุดด้วย
- เตรียมคำตอบไว้ถ้ามีคนบ่น ถ้าเพื่อนบ้านมาบอกว่าเสียงรบกวน อย่าเถียง ขอโทษแล้วถามว่าช่วงเวลาไหนที่รบกวนที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเวลาเดียว แล้วไปแก้ตรงจุดนั้น เช่น ย้ายกรงไปอีกมุม หรือเปิดผ้าคลุมช้าลง
อีกเรื่องที่คนมองข้ามคือช่างที่เข้ามาซ่อมห้อง หรือแม่บ้านที่มาทำความสะอาด นกม๊องค์ตกใจคนแปลกหน้าและจะกรี๊ดยาวได้ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะมีคนเข้าห้อง ให้ย้ายนกไปห้องนอนแล้วปิดประตู หรือคลุมกรงไว้ชั่วคราว
ตารางกิจวัตรประจำวันสำหรับคนเลี้ยงนกม๊องค์ในคอนโด
กิจวัตรที่สม่ำเสมอคือตัวลดเสียงที่ดีที่สุด เพราะนกม๊องค์จะรู้ว่าเดี๋ยวเจ้าของก็มา ไม่ต้องร้องเรียก ตารางนี้คือสิ่งที่ผมใช้จริงในวันทำงาน ปรับตามเวลาของแต่ละคนได้
| เวลา | สิ่งที่ทำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| 07:00 ถึง 07:30 | เปิดผ้าคลุม เปลี่ยนน้ำ ให้อาหารเม็ด คุยกับนก 5 ถึง 10 นาที | ให้นกได้เจอเราทันทีที่ตื่น ลดเสียงร้องเรียกตอนเช้า |
| 07:30 ถึง 08:00 | ปล่อยออกกรงระหว่างเราเตรียมตัว | ปล่อยพลังก่อนอยู่กรงยาวทั้งวัน |
| 08:00 ถึง 18:00 | อยู่ในกรง เปิดวิทยุเบา ๆ มีของเล่นแทะและของเล่นซ่อนอาหาร | ให้มีอะไรทำ ไม่รู้สึกว่าห้องเงียบ |
| 18:00 ถึง 20:30 | ปล่อยออกกรง กินข้าวด้วยกัน ฝึก step up และคำพูด เปลี่ยนกระดาษรองกรง | ช่วงเวลาคุณภาพหลักของวัน |
| 20:30 ถึง 21:30 | กลับเข้ากรง ให้ผักผลไม้ชิ้นเล็ก เก็บเศษออกก่อนนอน | ไม่ให้ของสดค้างคืนจนมีกลิ่น |
| 21:30 ถึง 22:00 | คลุมกรง ปิดไฟ | นกได้นอน 10 ถึง 12 ชั่วโมง นกที่นอนพอจะอารมณ์ดีและร้องน้อย |
วันหยุดผมจะปล่อยนกออกนานกว่านี้ แต่ยังคุมเวลาคลุมกรงตอนกลางคืนเหมือนเดิม เพราะนกม๊องค์พาราคีทที่นอนไม่พอจะหงุดหงิด กัด และร้องบ่อยขึ้นชัดเจน
ใครไม่ควรเลี้ยงนกม๊องค์ในคอนโด
คนที่ไม่ควรเลี้ยงคือคนที่ไม่อยู่ห้องเกิน 12 ชั่วโมงต่อวันเป็นประจำ คนที่ต้องเดินทางบ่อยโดยไม่มีใครดูแลนกแทน และคนที่อยู่ในคอนโดที่ผนังบางจนได้ยินเสียงทีวีห้องข้าง ๆ ชัด ผมพูดตรง ๆ แบบนี้เพราะเจอมาหลายเคสที่นกต้องถูกส่งต่อภายในปีแรก ซึ่งไม่ดีกับใครเลย
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้แต่ยังอยากเลี้ยงนกแก้ว ลองพิจารณาค็อกคาเทลหรือเลิฟเบิร์ดที่เสียงเบากว่าและทนการอยู่ลำพังได้ดีกว่านิดหน่อย หรือรอจนสถานการณ์ชีวิตเปลี่ยนแล้วค่อยกลับมาที่ Quaker Parrot ตัวนี้ทีหลัง นกม๊องค์อายุยืนได้ 20 ถึง 30 ปี ไม่ต้องรีบ
แต่ถ้าคุณอยู่ห้องเป็นส่วนใหญ่ ทำงานจากบ้าน หรือมีคนในครอบครัวอยู่บ้านตลอด นกม๊องค์คือนกแก้วเลี้ยงในคอนโดที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุดตัวหนึ่งในความเห็นผม ฉลาด พูดได้ เชื่องได้ลึก และดูแลไม่ยากเมื่อวางระบบดี ๆ ตั้งแต่แรก ขอแค่จริงใจกับตัวเองเรื่องเวลา และจริงใจกับเพื่อนบ้านเรื่องเสียง เท่านี้ก็เลี้ยงรอดและอยู่ด้วยกันได้ยาว ๆ
คำถามที่พบบ่อย
นกม๊องค์ต้องปล่อยออกจากกรงวันละกี่ชั่วโมง
อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง ถ้าได้ 3 ถึง 4 ชั่วโมงจะดีมาก นกที่ได้ออกมาเล่นและอยู่ใกล้คนพอจะร้องเรียกน้อยลงชัดเจน
ถ้าต้องไปต่างจังหวัด 2 ถึง 3 วัน ทิ้งนกม๊องค์ไว้ในห้องได้ไหม
ไม่ควรทิ้งไว้ลำพังเกิน 1 วัน เพราะน้ำอาจสกปรกและนกจะเครียดจนร้องทั้งวันรบกวนเพื่อนบ้าน ให้หาคนมาดูวันละครั้ง หรือฝากบ้านเพื่อนที่นกคุ้นเคย
เปิดแอร์ทั้งวันมีผลกับนกม๊องค์ไหม
เปิดได้ที่อุณหภูมิ 25 ถึง 27 องศา แต่อย่าให้ลมแอร์เป่าใส่กรงโดยตรง และควรมีชามน้ำให้นกอาบสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง เพราะห้องแอร์อากาศแห้ง ขนจะแห้งและคัน
นกม๊องค์แทะเฟอร์นิเจอร์ในคอนโดไหม
แทะแน่นอน โดยเฉพาะขอบไม้ ผ้าม่าน และสายชาร์จ ตอนปล่อยออกกรงต้องดูตลอด และเก็บสายไฟทุกเส้นให้พ้นทาง เพราะกัดสายไฟอาจถึงชีวิต
กลางคืนนกม๊องค์ร้องไหม
ปกติไม่ร้อง ถ้าคลุมกรงและห้องมืด แต่อาจกรี๊ดสั้น ๆ ถ้าตกใจเสียงดังหรือมีแสงไฟส่องกะทันหัน แนะนำวางไฟกลางคืนสลัว ๆ ไว้มุมห้องเพื่อลดอาการตื่นตกใจ
เลี้ยงนกม๊องค์คู่กับแมวหรือหมาในคอนโดได้ไหม
ได้แต่ต้องแยกห้องตอนปล่อยนกออกกรงเสมอ แมวโดยเฉพาะมีสัญชาตญาณล่านก แม้เลี้ยงคุ้นกันแล้วก็ไม่ควรไว้ใจ 100 เปอร์เซ็นต์
นกม๊องค์หลุดจากระเบียงคอนโดจะกลับมาไหม
ส่วนใหญ่ไม่กลับ เพราะบินขึ้นสูงแล้วหาทางกลับไม่เจอ ห้ามพานกออกระเบียงโดยไม่มีกรงหรือสายจูงเด็ดขาด และควรติดมุ้งลวดหรือตาข่ายกันนกที่ระเบียงด้วย