รับนกมาวันแรกต้องทำอะไร คู่มือลูกนกม๊องค์ 7 วันแรกสำหรับมือใหม่
รับนกมาวันแรกต้องทำอะไรก่อน ลูกนกม๊องค์ 7 วันแรกดูอุณหภูมิ การป้อน และวิธีแก้เมื่อนกใหม่ไม่กินอาหาร จากประสบการณ์คนเพาะจริง
ช่วง 7 วันแรกหลังรับนกมาบ้านคือช่วงที่ลูกนกม๊องค์เสียชีวิตง่ายที่สุด ไม่ใช่เพราะนกอ่อนแอ แต่เพราะเจ้าของมือใหม่มักพลาดเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าสำคัญ เช่น เอานกไว้ในห้องแอร์ ป้อนอาหารที่เย็นเกินไป หรือหยิบนกมาเล่นทั้งวันตั้งแต่วันแรก
ผมเลี้ยงและเพาะนกม๊องค์มาหลายปี ส่งลูกป้อนออกจากบ้านไปหลายสิบตัว และคำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดใน 3 วันแรกคือ "นกไม่กิน ทำยังไงดี" บทความนี้จึงรวบรวมสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ 7 เรียงตามลำดับที่ใช้ได้จริง ถ้าทำตามนี้ครบ โอกาสเลี้ยงรอดสูงมาก
ก่อนรับนกมาวันแรกต้องเตรียมอะไรบ้าง
ต้องเตรียมกล่องอนุบาลที่อุ่น อาหารป้อนลูกนกยี่ห้อเดียวกับที่ผู้เพาะใช้อยู่ และเครื่องชั่งดิจิทัลให้พร้อมก่อนวันที่นกถึงบ้าน ไม่ควรรอไปซื้อวันเดียวกับที่รับนก เพราะวันนั้นคุณจะไม่มีเวลาและนกจะเครียดจากการรอ
ของที่จำเป็นจริง ๆ มีไม่เยอะ แต่ต้องมีครบทุกชิ้น รายการนี้คือสิ่งที่ผมบอกลูกค้าทุกคนก่อนส่งนก
- กล่องอนุบาลหรือตู้อนุบาล กล่องพลาสติกใสมีฝา หรือกล่องกระดาษหนา ๆ ก็ใช้ได้ ปูพื้นด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าขนหนูเนื้อไม่เป็นเส้น ห้ามใช้ผ้าที่มีเส้นด้ายหลุด เพราะเล็บลูกนกจะเกี่ยวจนขาหักได้
- อาหารป้อนลูกนก ถามผู้เพาะให้ชัดว่าใช้ยี่ห้ออะไร ผสมอัตราส่วนเท่าไหร่ แล้วซื้อยี่ห้อเดียวกันมาก่อน 1 ถุง การเปลี่ยนสูตรอาหารในสัปดาห์แรกเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้นกใหม่ไม่กินอาหาร
- ไซริงค์ป้อนขนาด 10 ถึง 20 ซีซี เตรียมไว้อย่างน้อย 2 อัน เพราะอันหนึ่งจะฝืดหลังใช้ไม่กี่วัน
- เครื่องชั่งดิจิทัล แบบชั่งอาหารในครัวก็ได้ ราคาประมาณ 150 ถึง 300 บาท ต้องอ่านค่าได้ละเอียดระดับ 1 กรัม น้ำหนักคือตัวเลขเดียวที่บอกได้ว่านกกำลังไปรอดหรือไม่
- ปรอทวัดอุณหภูมิ อันเล็ก ๆ ที่วางในกล่องได้ ราคาไม่ถึง 100 บาท และปรอทวัดอุณหภูมิอาหารอีก 1 อัน
- หลอดไฟให้ความอบอุ่น หลอดไส้ 25 ถึง 40 วัตต์ หรือแผ่นให้ความร้อนสำหรับสัตว์เลี้ยง ใช้เฉพาะเมื่ออุณหภูมิห้องต่ำกว่า 27 องศา
สิ่งที่ยังไม่ต้องรีบซื้อคือกรงใหญ่ ของเล่น และคอนเกาะแบบสวย ๆ ลูกป้อนยังไม่ได้ใช้ของพวกนี้ใน 7 วันแรก ซื้อทีหลังได้เมื่อนกเริ่มบินและกินเองแล้ว
รับนกมาวันแรกต้องทำอะไรบ้าง
วันแรกให้ทำแค่ 3 อย่าง คือ ให้ความอบอุ่น ป้อนอาหารตามเวลา แล้วปล่อยให้นกพักในที่เงียบ ทุกอย่างที่เหลือรอได้ทั้งหมด ยิ่งยุ่งกับนกน้อยในวันแรก นกยิ่งปรับตัวได้เร็ว
ตอนรับนกมาวันแรก สิ่งแรกที่ควรทำทันทีที่ถึงบ้านคือชั่งน้ำหนักและจดไว้ ตัวเลขนี้คือน้ำหนักตั้งต้นที่คุณจะใช้เทียบทุกเช้าตลอด 7 วัน ลูกนกม๊องค์ที่อายุ 5 ถึง 7 สัปดาห์ส่วนใหญ่จะหนักประมาณ 85 ถึง 120 กรัม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และพ่อแม่
ถัดมาให้วางนกในกล่องอนุบาลที่เตรียมไว้ ปิดฝาให้มืดครึ่งหนึ่ง แล้ววางกล่องในห้องที่ไม่มีแอร์ ไม่มีพัดลมเป่าตรง และไม่มีคนเดินผ่านไปมาบ่อย นกที่เพิ่งเดินทางมาจะนอนเป็นส่วนใหญ่ นั่นเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่อาการป่วย
เรื่องการป้อนในวันแรก ถ้านกถึงบ้านตอนบ่ายหรือเย็น ให้ป้อนตามรอบเวลาที่ผู้เพาะเคยป้อน อย่าเลื่อนมื้อเพื่อรอให้นกหายเครียด นกม๊องค์วัยนี้ไม่ควรอดอาหารเกิน 6 ชั่วโมงในเวลากลางวัน ถ้านกไม่ยอมอ้าปากในมื้อแรก ให้ดูหัวข้อเรื่องนกใหม่ไม่กินอาหารด้านล่าง
สิ่งที่ต้องสังเกตในวันแรกคืออึ ลูกนกที่เดินทางมาอาจถ่ายเหลวหรือเขียวเข้มกว่าปกติเพราะเครียด ถ้าวันที่ 2 อึกลับมาเป็นก้อนมีสีขาวปนถือว่าปกติ แต่ถ้ายังเหลวและมีกลิ่นเหม็นผิดปกติต่อเนื่อง 2 วัน ต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์นก
ลูกนกม๊องค์ 7 วันแรกควรอยู่ที่อุณหภูมิเท่าไหร่
ลูกป้อนที่ขนขึ้นเกือบเต็มตัวแล้ว อายุประมาณ 5 ถึง 7 สัปดาห์ ควรอยู่ที่ 28 ถึง 30 องศา ถ้าขนยังขึ้นไม่เต็มและยังเห็นผิวหนังชัดต้องอยู่ที่ 30 ถึง 32 องศา อากาศเมืองไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงนี้อยู่แล้ว ปัญหาจริง ๆ จึงไม่ใช่ความร้อน แต่เป็นแอร์และพัดลม
| สภาพขน / อายุโดยประมาณ | อุณหภูมิที่เหมาะ | ต้องใช้ไฟกกไหม |
|---|---|---|
| ขนยังเป็นหลอด เห็นผิวหนังชัด (3 ถึง 4 สัปดาห์) | 30 ถึง 32 องศา | ต้องใช้ตลอดวัน โดยเฉพาะกลางคืน |
| ขนขึ้นเกือบเต็มตัว ยังมีหลอดขนที่หัวและคอ (5 ถึง 6 สัปดาห์) | 28 ถึง 30 องศา | ใช้เฉพาะกลางคืนหรือวันฝนตก |
| ขนเต็มตัว เริ่มกระพือปีก (7 ถึง 8 สัปดาห์) | 26 ถึง 29 องศา | ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ยกเว้นห้องเย็นกว่า 26 องศา |
| หย่าป้อนแล้ว กินเองได้ | อุณหภูมิห้องปกติ ไม่มีลมเป่าตรง | ไม่ต้อง |
วิธีดูว่านกหนาวหรือร้อนโดยไม่ต้องพึ่งปรอทอย่างเดียว ถ้านกขดตัว ฟูขน ตัวสั่น หรือเบียดเข้ามุมกล่องแสดงว่าหนาว ถ้านกอ้าปากหายใจ กางปีกออกจากลำตัว หรือหนีไปอยู่ฝั่งไกลจากหลอดไฟแสดงว่าร้อนเกินไป ทั้ง 2 อาการต้องแก้ทันที
ถ้าใช้หลอดไฟ ให้วางไฟส่องแค่ครึ่งกล่อง เหลืออีกครึ่งให้นกเดินหนีได้เองเมื่อร้อน ห้ามวางหลอดไฟใกล้ตัวนกเกิน 30 เซนติเมตร และห้ามใช้หลอดสีแดงหรือสีน้ำเงินแบบไฟกกไก่ในกล่องปิด เพราะร้อนเกินสำหรับกล่องขนาดเล็ก
เรื่องแอร์ขอย้ำอีกครั้ง ห้องแอร์ 25 องศาที่คนรู้สึกสบาย สำหรับลูกนกม็องค์คือหนาวจนระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง อาหารค้างในกระเพาะพัก แล้วเกิดการบูดตามมา นี่คือสาเหตุใหญ่ที่ลูกป้อนตายในบ้านที่เจ้าของดูแลอย่างดีแต่นอนห้องแอร์
ลูกนกม๊องค์ต้องป้อนวันละกี่ครั้ง ป้อนครั้งละเท่าไหร่
ลูกป้อนอายุ 5 ถึง 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวัยที่คนส่วนใหญ่รับมาเลี้ยง ป้อนวันละ 3 มื้อ มื้อละประมาณ 10% ของน้ำหนักตัว เช่น นกหนัก 100 กรัม ป้อน 10 ซีซีต่อมื้อ ถ้านกอายุน้อยกว่านั้นต้องป้อนถี่ขึ้นและปริมาณต่อมื้อน้อยลง
| อายุโดยประมาณ | จำนวนมื้อต่อวัน | ปริมาณต่อมื้อ | เวลาป้อนที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| 3 ถึง 4 สัปดาห์ | 4 ถึง 5 มื้อ | 6 ถึง 8 ซีซี | 07:00 / 11:00 / 15:00 / 19:00 / 23:00 |
| 5 ถึง 6 สัปดาห์ | 3 มื้อ | 9 ถึง 12 ซีซี | 07:00 / 13:00 / 20:00 |
| 7 ถึง 8 สัปดาห์ | 2 มื้อ | 10 ถึง 14 ซีซี | 07:00 / 20:00 พร้อมวางอาหารเม็ดและผลไม้ให้ลองจิก |
| 9 ถึง 10 สัปดาห์ | 1 มื้อ (ก่อนนอน) | 10 ถึง 14 ซีซี | 20:00 จนกว่านกจะไม่สนใจไซริงค์ |
อุณหภูมิอาหารสำคัญกว่าที่คิดมาก ต้องอยู่ที่ 38 ถึง 40 องศาตอนป้อน ร้อนเกิน 42 องศาจะทำให้กระเพาะพักไหม้ ซึ่งรักษายากและมักเสียนก เย็นกว่า 36 องศานกจะไม่ยอมกินและอาหารย่อยช้า ใช้ปรอทวัดทุกครั้ง อย่าใช้ความรู้สึกที่หลังมือ
ผสมอาหารใหม่ทุกมื้อ ห้ามผสมค้างไว้แล้วอุ่นซ้ำ และห้ามอุ่นด้วยไมโครเวฟ เพราะความร้อนจะไม่สม่ำเสมอ มีจุดร้อนจัดซ่อนอยู่ในเนื้ออาหาร วิธีที่ปลอดภัยคือใช้น้ำร้อนผสมผงอาหารแล้วรอให้อุณหภูมิลดลงมาที่ 40 องศาก่อนป้อน
ก่อนป้อนทุกมื้อให้คลำกระเพาะพักที่ฐานคอด้านหน้า ถ้ายังนูนแน่นแสดงว่าอาหารมื้อก่อนยังไม่ย่อย ห้ามป้อนทับ ให้รอจนกว่ากระเพาะพักจะยุบเกือบแบน โดยเฉพาะมื้อเช้า กระเพาะพักต้องว่างสนิทหลังผ่านคืนมา ถ้ายังมีอาหารค้างตอนเช้าถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องจับตา
นกใหม่ไม่กินอาหารต้องทำอย่างไร
นกใหม่ไม่กินอาหารในมื้อแรกหรือ 2 มื้อแรกเป็นเรื่องปกติจากความเครียด ให้ตรวจ 3 อย่างก่อน คือ อุณหภูมิกล่อง อุณหภูมิอาหาร และกระเพาะพักว่างหรือยัง แล้วค่อยลองป้อนใหม่ใน 1 ถึง 2 ชั่วโมงถัดไป แต่ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงยังไม่รับอาหารเลย หรือน้ำหนักลดเกิน 10% จากวันแรก ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ทันที
จากประสบการณ์ นกใหม่ไม่กินอาหารมีสาเหตุหลักอยู่ไม่กี่อย่าง และส่วนใหญ่แก้ได้เองที่บ้าน ให้ไล่ตามลำดับนี้
- หนาว นี่คือสาเหตุอันดับ 1 นกที่ตัวเย็นจะไม่ตอบสนองต่อไซริงค์ ให้เพิ่มความอบอุ่นก่อน รอ 30 นาที แล้วลองป้อนใหม่ นกจำนวนมากกลับมากินทันทีเมื่อตัวอุ่นขึ้น
- อาหารเย็นหรือข้นเกินไป ลองวัดอุณหภูมิใหม่และผสมให้เหลวกว่าเดิมเล็กน้อย ประมาณโยเกิร์ตดื่ม ไม่ใช่โยเกิร์ตถ้วย
- เปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรอาหาร รสและกลิ่นเปลี่ยน นกจะไม่คุ้น ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนจริง ๆ ให้ค่อย ๆ ผสมยี่ห้อใหม่ทีละ 25% ตลอด 4 วัน
- วิธีป้อนไม่เหมือนเดิม ผู้เพาะบางคนป้อนด้วยช้อน บางคนใช้ไซริงค์ บางคนใช้สายยาง ถามให้ชัดแล้วป้อนแบบเดียวกันในสัปดาห์แรก ลูกนกม๊องค์จะอ้าปากรับเมื่อรู้สึกถึงแรงกดเบา ๆ ที่มุมปากด้านข้าง ไม่ใช่การยัดเข้าตรงกลาง
- คนเยอะ เสียงดัง แสงจ้า ให้ป้อนในที่เงียบ คนเดียว ไฟไม่สว่างจ้า และอย่าให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงอื่นมาดูตอนป้อน
- กระเพาะพักยังไม่ว่าง ถ้ายังมีอาหารค้าง นกจะไม่หิว อย่าฝืนป้อน ให้เพิ่มความอุ่นแล้วรอ
อีกเรื่องที่มือใหม่มักเข้าใจผิดคือนกที่กินน้อยลงในวันที่ 5 ถึง 7 ไม่ได้แปลว่าป่วยเสมอไป ถ้านกอายุใกล้ 8 สัปดาห์ นกจะเริ่มปฏิเสธไซริงค์เองตามธรรมชาติเพราะกำลังจะหย่าป้อน สังเกตได้จากการที่นกยังร่าเริง เริ่มจิกอาหารเม็ดเล่น และน้ำหนักลดไม่เกิน 5 ถึง 8% ซึ่งเป็นช่วงลดน้ำหนักปกติก่อนบิน ต่างจากนกป่วยที่จะซึม ฟูขน และหลับตาตอนกลางวัน
ตารางเช็กลิสต์ลูกนกม๊องค์ 7 วันแรก วันไหนต้องทำอะไร
ตารางนี้คือลำดับที่ผมใช้แนะนำคนรับนกจากบ้านผมทุกคน หลักคิดคือ 3 วันแรกเน้นความนิ่ง วันที่ 4 ถึง 7 ค่อยเริ่มสร้างความคุ้นเคยทีละน้อย ไม่ต้องรีบ เพราะนกม๊องค์พาราคีทเป็นนกที่ผูกพันกับคนง่ายอยู่แล้ว ถ้าพื้นฐานสุขภาพดี ความเชื่องจะตามมาเอง
| วันที่ | สิ่งที่ต้องทำ | สิ่งที่ต้องสังเกต |
|---|---|---|
| วันที่ 1 | ชั่งน้ำหนักตั้งต้น จัดกล่องอนุบาล ป้อนตามรอบเดิม ไม่จับเล่น | นกนอนเยอะเป็นเรื่องปกติ ดูว่าอ้าปากรับอาหารไหม อึมีสีขาวปนไหม |
| วันที่ 2 | ชั่งน้ำหนักตอนเช้าก่อนป้อน คลำกระเพาะพักว่างหรือไม่ ป้อนตามรอบ | น้ำหนักควรลดไม่เกิน 3 ถึง 5 กรัมจากวันแรก อึควรเริ่มกลับมาเป็นก้อน |
| วันที่ 3 | ชั่งน้ำหนัก ป้อนตามรอบ เริ่มพูดคุยเบา ๆ ตอนป้อนให้นกจำเสียง | นกควรเริ่มร้องขออาหารเมื่อเห็นไซริงค์ นี่คือสัญญาณดีที่สุด |
| วันที่ 4 | ชั่งน้ำหนัก เริ่มวางมือในกล่องนิ่ง ๆ 5 นาทีหลังป้อนเสร็จ | น้ำหนักควรทรงตัวหรือเริ่มขึ้น กระเพาะพักว่างสนิททุกเช้า |
| วันที่ 5 | ชั่งน้ำหนัก ให้นกเดินขึ้นมือเองในกล่อง ยังไม่ต้องยกออก | ดูว่านกเข้าหามือหรือถอยหนี ถ้าถอยให้กลับไปทำแบบวันที่ 4 อีก 1 วัน |
| วันที่ 6 | ชั่งน้ำหนัก ยกนกออกจากกล่องมาบนตักครั้งละ 10 นาที วางอาหารเม็ดขนาดเล็กให้ลองจิกถ้าอายุเกิน 6 สัปดาห์ | นกควรกระพือปีกเล่นและเริ่มไซ้ขนเอง แสดงว่าผ่อนคลายแล้ว |
| วันที่ 7 | ชั่งน้ำหนักและสรุปกราฟ 7 วัน เริ่มฝึก step up สั้น ๆ 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน | น้ำหนักรวม 7 วันไม่ควรต่ำกว่าวันแรกเกิน 5% ถ้าผ่านเกณฑ์นี้ถือว่าปรับตัวสำเร็จ |
เรื่องชั่งน้ำหนักขอเน้นว่าต้องชั่งตอนเช้าก่อนป้อนมื้อแรกเสมอ เพราะอาหาร 10 ซีซีหนักประมาณ 10 กรัม ถ้าชั่งหลังป้อนตัวเลขจะหลอกตา จดใส่กระดาษหรือโน้ตในมือถือทุกวัน แล้วดูแนวโน้ม ไม่ใช่ดูทีละวัน
สิ่งที่ห้ามทำในสัปดาห์แรกเด็ดขาด
สิ่งที่ห้ามทำมีหลายอย่าง แต่ 3 ข้อที่ทำให้นกเสียมากที่สุดคือ ห้ามไว้ในห้องแอร์ ห้ามเปลี่ยนอาหารกะทันหัน และห้ามป้อนทับตอนกระเพาะพักยังไม่ว่าง ที่เหลือคือข้อผิดพลาดที่ผมเห็นซ้ำ ๆ จากคนที่รักนกมากแต่ไม่รู้
- ห้ามพานกออกไปอวดเพื่อนหรือถ่ายรูปนอกบ้าน ใน 7 วันแรกนกยังไม่มีภูมิต่อเชื้อในสภาพแวดล้อมใหม่ และการเปลี่ยนที่บ่อย ๆ ทำให้เครียดจนไม่กิน
- ห้ามอาบน้ำหรือพ่นน้ำใส่ลูกป้อน ขนยังไม่มีไขมันเคลือบเต็มที่ ตัวเปียกแล้วอุณหภูมิตกเร็วมาก รอจนขนเต็มตัวและหย่าป้อนก่อน
- ห้ามเอาไปรวมกับนกตัวอื่นในบ้าน แม้จะเป็นนกม๊องค์ด้วยกัน ต้องแยกกักโรคอย่างน้อย 30 วัน ห้องแยก อุปกรณ์แยก และล้างมือก่อนไปจับนกตัวเดิม
- ห้ามให้กินอาหารคน ข้าว ขนมปัง นม ช็อกโกแลต อะโวคาโด และอาหารรสเค็มทุกชนิด ลูกนกวัยนี้กระเพาะยังบอบบาง อาหารป้อนสูตรสำเร็จคือสิ่งเดียวที่ควรได้รับ
- ห้ามใช้ทราย ขี้เลื่อย หรือแกลบรองพื้นกล่อง ลูกนกจะจิกกินแล้วอุดตันในกระเพาะ ใช้ทิชชูหรือผ้าขนหนูเนื้อแน่นเท่านั้น
- ห้ามตัดปีกหรือตัดเล็บในสัปดาห์แรก รอให้นกแข็งแรงและคุ้นกับบ้านก่อน ทำเร็วเกินไปนกจะกลัวมือไปอีกนาน
- ห้ามใช้เตาแก๊ส เทียนหอม หรือกระทะเคลือบสารกันติดใกล้นก ควันจากกระทะเคลือบที่ร้อนจัดเป็นพิษต่อนกอย่างรุนแรง วางกล่องนกให้ห่างจากครัว
- ห้ามเปิดพัดลมเป่าใส่โดยตรง ถ้าห้องร้อนจริง ๆ ให้เปิดพัดลมส่ายเบา ๆ ที่มุมห้อง ไม่ใช่จ่อกล่อง
- ห้ามให้เด็กเล็กหรือแมว หมา เข้าใกล้กล่อง ต่อให้สัตว์เลี้ยงตัวอื่นไม่ทำร้าย แค่ยืนจ้องก็ทำให้ลูกนกเครียดจนไม่กินได้
ข้อสุดท้ายที่มือใหม่ไม่ค่อยคิดถึงคือการนอน ลูกนกม๊องค์ต้องการความมืดและเงียบต่อเนื่องประมาณ 10 ถึง 12 ชั่วโมงต่อคืน ถ้ากล่องนกอยู่ในห้องที่เปิดทีวีดึกหรือเปิดไฟทั้งคืน นกจะพักไม่พอและภูมิต้านทานลดลง ใช้ผ้าคลุมกล่องบางส่วนช่วยได้
อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาสัตวแพทย์นก
ถ้านกมีอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้ ให้พาไปหาสัตวแพทย์ที่รักษานกโดยเฉพาะภายในวันเดียวกัน อย่ารอดูอีกวัน เพราะลูกนกทรุดเร็วกว่านกโตมาก บางครั้งจากดูปกติตอนเช้ากลายเป็นวิกฤตตอนเย็น
- กระเพาะพักยังมีอาหารค้างตอนเช้าหลังผ่านคืนมา หรือคลำแล้วรู้สึกเหมือนมีลมและอาหารเหลวปน มีกลิ่นเปรี้ยวออกจากปาก
- น้ำหนักลดติดต่อกัน 3 วัน หรือลดรวมเกิน 10% จากวันแรก
- ไม่รับอาหารเลยเกิน 24 ชั่วโมง แม้จะแก้เรื่องอุณหภูมิและอาหารแล้ว
- อึเหลวเป็นน้ำใสไม่มีส่วนขาว หรืออึเป็นสีดำ สีแดง หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรงต่อเนื่อง
- หายใจอ้าปาก หางกระดกขึ้นลงตามจังหวะหายใจ หรือมีเสียงคลิกตอนหายใจ
- อาเจียนหรือสำรอกอาหารออกมาเป็นก้อน ต่างจากการสะบัดหัวปกติหลังป้อน
- ซึม ฟูขน หลับตาตอนกลางวันทั้งที่กล่องอุ่นดีแล้ว และไม่ตอบสนองเมื่อเห็นไซริงค์
- ขาถ่างออกด้านข้าง ยืนไม่ได้ หรือปีกตกข้างเดียว
ก่อนไปหาหมอให้เตรียมข้อมูล 3 อย่าง คือ ตารางน้ำหนัก 7 วัน ยี่ห้อและอัตราส่วนอาหารที่ใช้ และรูปถ่ายอึล่าสุด ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยได้เร็วขึ้นมาก และระหว่างเดินทางให้ใส่นกในกล่องที่อุ่นและมืด อย่าเปิดแอร์ในรถเป่าใส่นก
สุดท้ายอยากบอกมือใหม่ทุกคนว่า Monk Parakeet หรือที่ฝั่งอเมริกาเรียก Quaker Parrot เป็นนกที่แข็งแรงและปรับตัวเก่งมากเมื่อเทียบกับนกแก้วขนาดใกล้เคียงกัน ถ้าผ่าน 7 วันแรกไปได้ด้วยน้ำหนักที่ทรงตัวและกระเพาะพักว่างทุกเช้า ที่เหลือคือเรื่องสนุก นกจะเริ่มเรียกชื่อคุณ ปีนมาหา และกลายเป็นสมาชิกในบ้านไปอีก 20 กว่าปี ความอดทนในสัปดาห์แรกจึงคุ้มค่าเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
ลูกนกม๊องค์อายุเท่าไหร่ถึงรับมาเลี้ยงเองได้อย่างปลอดภัย
สำหรับมือใหม่แนะนำที่อายุ 5 ถึง 6 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะขนขึ้นเกือบเต็มตัว ป้อนแค่วันละ 3 มื้อ และทนต่ออุณหภูมิที่แกว่งได้ดีกว่า นกอายุต่ำกว่า 4 สัปดาห์ควรให้คนที่มีประสบการณ์ป้อนต่อจนโตกว่านี้
รับนกมาแล้วต้องแยกจากนกตัวอื่นในบ้านนานแค่ไหน
อย่างน้อย 30 วัน โดยแยกห้อง แยกอุปกรณ์ทั้งหมด และล้างมือทุกครั้งก่อนไปจับนกตัวเดิม เพราะโรคหลายอย่างในนกแสดงอาการช้าและติดต่อกันง่ายมาก
ลูกนกม๊องค์ร้องตลอดเวลาปกติไหม
ปกติถ้าร้องช่วงใกล้เวลาป้อนหรือตอนเห็นคน แต่ถ้าร้องเสียงแหลมต่อเนื่องแม้เพิ่งป้อนเสร็จและกระเพาะพักเต็ม ให้ตรวจว่าหนาวหรือไม่ก่อน เพราะเสียงร้องแบบนั้นมักเป็นสัญญาณว่าไม่สบายตัว
ถ้าต้องไปทำงาน ป้อนไม่ตรงเวลาได้ไหม
นกอายุ 5 สัปดาห์ขึ้นไปยืดหยุ่นได้ประมาณ 1 ชั่วโมงจากรอบเดิม แต่ห้ามให้ระยะห่างระหว่างมื้อกลางวันเกิน 7 ชั่วโมง ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ ควรฝากคนในบ้านป้อนมื้อกลางวัน หรือรอรับนกที่อายุ 7 สัปดาห์ซึ่งป้อนวันละ 2 มื้อ
ลูกนกม๊องค์ต้องกินน้ำเพิ่มไหมในช่วงป้อน
ไม่ต้อง อาหารป้อนที่ผสมถูกอัตราส่วนมีน้ำเพียงพออยู่แล้ว การป้อนน้ำเปล่าเพิ่มด้วยไซริงค์เสี่ยงสำลักเข้าปอด ให้เริ่มวางถ้วยน้ำตื้น ๆ เมื่อนกเริ่มจิกอาหารเม็ดเองแล้ว
หลังป้อนเสร็จนกสะบัดหัวและมีอาหารกระเด็นออกมา ผิดปกติไหม
ถ้าสะบัดแค่ 1 ถึง 2 ครั้งและมีอาหารติดมุมปากเล็กน้อยถือว่าปกติ แต่ถ้ามีอาหารเหลวไหลออกจากปากเป็นปริมาณมาก หรือสำรอกซ้ำหลายครั้งหลังป้อน ต้องหยุดป้อนและตรวจอุณหภูมิอาหารกับปริมาณต่อมื้อทันที
เมื่อไหร่ถึงเริ่มฝึก step up และเปลี่ยนไปอยู่กรงได้
เริ่มฝึก step up สั้น ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ถ้าน้ำหนักทรงตัว ส่วนการย้ายไปกรงควรรอให้นกยืนคอนได้มั่นคงและเริ่มกินอาหารเม็ดเอง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่อายุ 8 ถึง 9 สัปดาห์ โดยช่วงแรกให้วางคอนเตี้ย ๆ และปูพื้นกรงด้วยกระดาษเผื่อนกตก