วิธีเลี้ยงนกม๊องค์ฉบับมือใหม่ ตั้งแต่วันแรกที่รับนกจนโต
วิธีเลี้ยงนกม๊องค์สำหรับมือใหม่ ตั้งแต่เลือกลูกป้อน ป้อนอาหาร จัดกรง ฝึกเชื่อง จนถึงสังเกตอาการป่วย พร้อมตารางราคาและตารางป้อนที่ใช้ได้จริง
นกม๊องค์ หรือที่ฝรั่งเรียก Monk Parakeet และบางคนเรียก Quaker Parrot เป็นนกแก้วขนาดกลางที่คนไทยหันมาเลี้ยงกันมากขึ้นทุกปี เพราะฉลาด ติดคน และพูดได้ชัดกว่านกขนาดเดียวกันหลายชนิด ผมเลี้ยงและเพาะนกชนิดนี้มาหลายปี เจอทั้งตัวที่โตมาเป็นนกเชื่องแสนรู้ และตัวที่ไม่รอดเพราะเจ้าของยังไม่พร้อม บทความนี้เลยตั้งใจเขียนให้มือใหม่อ่านจบแล้วเลี้ยงรอดจริง ไม่ใช่แค่เลี้ยงได้
เลี้ยงม๊องค์ยากไหม มือใหม่เลี้ยงรอดหรือเปล่า
ไม่ยาก ถ้าคุณมีเวลาให้นกทุกวันและยอมเรียนรู้เรื่องพื้นฐานก่อนรับนก แต่จะยากทันทีถ้าคิดว่าซื้อมาแล้วใส่กรงให้กินอาหารก็จบ เพราะนกม๊องค์เป็นนกที่ต้องการการเล่นด้วยและมีนิสัยชัดเจนมาก
ข้อดีของการเลี้ยงนกม๊องค์พาราคีทคือเป็นนกที่ทนพอสมควรเมื่อโตแล้ว กินง่าย ปรับตัวกับอากาศบ้านเราได้ดี และมีอายุยืน 20 ถึง 30 ปีถ้าดูแลดี ส่วนข้อที่ต้องเตรียมใจคือเสียงร้องดัง หวงของ หวงกรง และถ้าถูกทิ้งไว้เฉย ๆ นาน ๆ บางตัวจะเริ่มถอนขนตัวเอง
คำถาม "เลี้ยงม๊องค์ยากไหม" จึงตอบได้ว่ายากตรงช่วงลูกป้อนกับช่วงปรับตัว 2 ถึง 3 เดือนแรก พ้นช่วงนั้นไปได้นกจะเลี้ยงง่ายขึ้นมาก ใครที่ไม่มั่นใจเรื่องป้อน ผมแนะนำให้เริ่มจากนกที่หย่านมแล้วจะปลอดภัยกว่า
ควรเริ่มเลี้ยงนกม๊องค์ตอนอายุเท่าไหร่
ถ้าเป็นมือใหม่จริง ๆ อายุที่เหมาะคือ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพราะนกเริ่มกินเองได้บางส่วน ป้อนวันละ 1 ถึง 2 มื้อ ยังเชื่องง่าย และความเสี่ยงต่ำกว่าลูกนกที่เพิ่งลืมตา ส่วนนกที่หย่านมแล้วอายุ 3 เดือนขึ้นไปก็ยังฝึกให้เชื่องได้ถ้าเป็นลูกป้อนมาแต่แรก
ลูกนกอายุ 3 ถึง 4 สัปดาห์ที่ยังขนไม่ขึ้นเต็ม ผมไม่แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยป้อนนกมาก่อน เพราะต้องคุมอุณหภูมิ ป้อนวันละ 4 ถึง 5 มื้อ และพลาดครั้งเดียวก็เสียนกได้ ราคาที่ถูกกว่าเล็กน้อยไม่คุ้มกับความเสี่ยง
ก่อนรับนกให้ดูตาต้องใส กระพุ้งอาหาร (crop) ต้องยุบลงระหว่างมื้อ ก้นสะอาดไม่มีขี้เกาะ และนกตอบสนองเมื่อยื่นมือเข้าไป ถ้านกซึม ตาปิด หรือหายใจแรงจนหางกระดก ให้เดินออกมาแม้จะราคาถูกแค่ไหน
ราคานกม๊องค์ตอนนี้เท่าไหร่ ซื้อตัวไหนดี
ราคาลูกป้อนสีเขียวธรรมดาช่วงนี้อยู่ที่ 5,000 ถึง 9,000 บาท ส่วนสีอื่นขยับขึ้นตามความหายากของพันธุกรรม มือใหม่ผมแนะนำเริ่มจากสีเขียวธรรมดาก่อน เพราะพฤติกรรมและความฉลาดไม่ต่างจากสีแพงเลย
| สี / พันธุกรรม | ราคาลูกป้อนโดยประมาณ (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เขียวธรรมดา | 5,000 ถึง 9,000 | เหมาะกับมือใหม่ที่สุด |
| เขียว split (แฝงยีนสีอื่น) | 10,000 ถึง 16,000 | หน้าตาเหมือนเขียวธรรมดา แต่ใช้เพาะสีได้ |
| บลู | 15,000 ถึง 25,000 | สีที่คนไทยนิยมมากที่สุด |
| Opaline / Turquoise / Lutino และ combination | 20,000 ถึง 40,000 | ราคาต่างกันมากตามความชัดของสีและสายพันธุกรรม |
ราคาในตารางเป็นราคาตลาดไทยช่วงนี้และเปลี่ยนได้ตลอด ปัจจัยหลักคือฤดูกาล (ช่วงต้นฝนถึงปลายปีลูกนกออกเยอะราคาจะนิ่มกว่า) ความเชื่องของนก และพันธุกรรมพ่อแม่ นกตัวเดียวกันถ้าเป็นนกเชื่องที่ฝึก step up แล้วอาจแพงกว่านกที่ยังไม่เชื่องอยู่ 1,000 ถึง 3,000 บาท
คำว่า split หมายถึงนกที่มีหน้าตาเป็นสีเขียว แต่แฝงยีนสีอื่นไว้ เช่น เขียว split บลู ถ้าคุณตั้งใจเลี้ยงเป็นเพื่อนไม่ได้จะเพาะ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อ split เลย
วันแรกที่รับนกมาต้องทำอะไรบ้าง
วันแรกให้ทำแค่ 3 อย่าง คือจัดที่อยู่ให้อุ่นและเงียบ ป้อนอาหารตามเวลาเดิมที่ผู้เพาะป้อน และปล่อยให้นกพัก ห้ามพานกไปโชว์ญาติ ห้ามอาบน้ำ ห้ามเปลี่ยนสูตรอาหารทันที เพราะความเครียดจากการย้ายบ้านคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ลูกนกป่วยในสัปดาห์แรก
ถามผู้เพาะให้ครบว่าป้อนอาหารยี่ห้ออะไร ผสมข้นแค่ไหน ป้อนวันละกี่มื้อ เวลาไหนบ้าง แล้วทำตามนั้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนค่อยปรับ ถ้าจะเปลี่ยนยี่ห้ออาหารให้ค่อย ๆ ผสมของใหม่เพิ่มทีละส่วนใน 5 ถึง 7 วัน
ช่วง 2 ถึง 3 วันแรกถ้านกกินน้อยลงเล็กน้อยถือว่าปกติ แต่ถ้าไม่ยอมกินเลยเกิน 1 มื้อ หรือ crop ไม่ยุบภายใน 4 ถึง 6 ชั่วโมง ให้รีบติดต่อผู้เพาะหรือหมอนกทันที อย่ารอดูอาการข้ามคืน
ป้อนลูกป้อนอย่างไรให้รอด ป้อนวันละกี่มื้อ
หลักสำคัญมีแค่ 3 ข้อ คืออาหารต้องอุ่นประมาณ 39 ถึง 41 องศาเซลเซียส ป้อนเมื่อ crop ยุบแล้วเท่านั้น และลดจำนวนมื้อลงตามอายุ ทำ 3 ข้อนี้ได้ถูกต้องนกจะรอดเกือบทุกตัว
| อายุ | จำนวนมื้อต่อวัน | ปริมาณต่อมื้อโดยประมาณ | สิ่งที่ควรทำเพิ่ม |
|---|---|---|---|
| 3 ถึง 4 สัปดาห์ | 4 ถึง 5 มื้อ | 8 ถึง 12 ซีซี | ต้องมีกล่องอุ่น รักษาอุณหภูมิ 30 ถึง 32 องศา |
| 5 ถึง 6 สัปดาห์ | 3 มื้อ | 12 ถึง 18 ซีซี | เริ่มวางเม็ดอาหารและผักให้ลองจิก |
| 7 ถึง 8 สัปดาห์ | 2 มื้อ (เช้า เย็น) | 15 ถึง 20 ซีซี | วางถ้วยน้ำ เริ่มฝึก step up เบา ๆ |
| 9 ถึง 10 สัปดาห์ | 1 มื้อ (ก่อนนอน) | ตามที่นกยอมกิน | ชั่งน้ำหนักทุกวัน ถ้าไม่ลดค่อยงดมื้อ |
| 10 ถึง 12 สัปดาห์ | หย่านม | กินเองทั้งหมด | ยังชั่งน้ำหนักต่ออีก 2 สัปดาห์ |
ปริมาณในตารางเป็นค่าประมาณ ให้ยึดที่ crop เป็นหลัก ป้อนจน crop เต่งพอดีเหมือนลูกโป่งนิ่ม ๆ ไม่ใช่ตึงจนแข็ง อาหารที่เย็นเกินไปนกจะไม่ยอมกลืนและย่อยช้า ส่วนอาหารที่ร้อนเกิน 42 องศาจะทำให้ crop พองไหม้ได้ ผมใช้ปรอทวัดทุกครั้งแม้ป้อนมาเป็นพันตัวแล้ว
ใช้ไซริงค์ป้อนทางด้านซ้ายของปากนก (ขวามือของคนป้อน) เพราะหลอดอาหารของนกอยู่ทางขวาของตัวนก ป้อนช้า ๆ ตามจังหวะที่นกดูด ถ้านกหยุดดูดให้หยุดตาม อย่าดันต่อเด็ดขาดเพราะเสี่ยงสำลักลงปอด
ช่วงหย่านม (weaning) นกจะน้ำหนักลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จากช่วงพีค ถือว่าปกติ แต่ถ้าลดต่อเนื่องหรือลดเกินนั้นให้กลับไปป้อนเสริมมื้อเย็นก่อน อย่ารีบหย่านมตามตำราถ้านกยังไม่พร้อม แต่ละตัวช้าเร็วต่างกันได้ 2 ถึง 3 สัปดาห์
กรงและของใช้ที่มือใหม่ต้องเตรียม
กรงที่พออยู่ได้จริงสำหรับนกม๊องค์ 1 ตัวควรกว้างและลึกไม่น้อยกว่า 45 ซม. สูงไม่น้อยกว่า 60 ซม. และซี่กรงห่างกันไม่เกิน 1.5 ซม. ถ้ามีงบและพื้นที่ ให้ขยับไป 60 x 60 x 90 ซม. นกจะมีที่เล่นและกางปีกได้เต็มที่
| ขนาดกรง (กว้าง x ลึก x สูง) | เหมาะกับ | ความเห็นจากคนเลี้ยง |
|---|---|---|
| 35 x 35 x 50 ซม. | กรงพักชั่วคราว กรงเดินทาง | อยู่ประจำไม่ได้ นกจะเครียดและถอนขน |
| 45 x 45 x 60 ซม. | นก 1 ตัวที่ได้ออกมาเล่นทุกวัน | ขั้นต่ำที่รับได้ |
| 60 x 60 x 90 ซม. | นก 1 ตัว หรือคู่ที่เข้ากันได้ | ขนาดที่ผมแนะนำมากที่สุด |
| 80 x 60 x 120 ซม. ขึ้นไป | คู่เพาะ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ปล่อยนก | ยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่ต้องดูว่าซี่กรงแข็งแรงพอ |
เลือกกรงเหล็กพ่นสีหรือสเตนเลส หลีกเลี่ยงกรงชุบสังกะสีราคาถูกเพราะนกม๊องค์ชอบแทะซี่กรง และสังกะสีเป็นพิษกับนกสะสมได้ ควรมีถาดรองพื้นที่ดึงออกล้างได้ทุกวัน
ของใช้อื่น ๆ ที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก ได้แก่
- คอนไม้ธรรมชาติอย่างน้อย 2 อัน ขนาดต่างกัน ให้นกได้ยืนเปลี่ยนท่า
- ถ้วยอาหารและถ้วยน้ำแบบสเตนเลสอย่างละ 1 ถึง 2 ใบ
- ของเล่นแทะ เช่น ไม้เนื้ออ่อน กระดาษลัง เชือกฝ้าย 2 ถึง 3 ชิ้น สลับกันทุกสัปดาห์
- ตาชั่งดิจิทัลแบบชั่งอาหารที่ละเอียดถึง 1 กรัม ราคาไม่ถึง 300 บาท แต่ช่วยชีวิตนกได้มากกว่าของทุกอย่างในรายการนี้
- ผ้าคลุมกรงสำหรับตอนกลางคืน
วางกรงในห้องที่คนอยู่บ่อย ไม่โดนแดดจัดตรง ๆ ไม่อยู่ในครัว และไม่ตรงทางลม เพราะควันจากกระทะเคลือบ Teflon ที่ร้อนจัดเป็นอันตรายถึงชีวิตกับนกทุกชนิด
นกม๊องค์กินอะไรได้บ้าง และห้ามกินอะไร
อาหารหลักของนกม๊องค์ที่หย่านมแล้วควรเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป (pellet) ประมาณ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ผักผลไม้สด 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ดธัญพืชเป็นของแถมเล็กน้อย นกที่กินแต่เมล็ดทานตะวันกับข้าวฟ่างล้วน ๆ มักอ้วน ไขมันพอกตับ และอายุสั้นกว่าที่ควร
ผักที่ให้ได้ทุกวัน เช่น ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดขาว แครอท ฟักทองนึ่ง ข้าวโพดต้ม พริกหวาน ส่วนผลไม้ให้วันเว้นวันเพราะน้ำตาลสูง เช่น แอปเปิล (เอาเมล็ดออก) มะละกอ ฝรั่ง กล้วย องุ่น ล้างให้สะอาดและเก็บของเหลือออกจากกรงภายใน 3 ถึง 4 ชั่วโมงในอากาศบ้านเรา
ของที่ห้ามให้เด็ดขาด ได้แก่
- อะโวคาโด เป็นพิษรุนแรงกับนกทุกชนิด
- ช็อกโกแลต กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์
- หอมหัวใหญ่ กระเทียม และอาหารคนที่ปรุงรสเค็มหรือมัน
- เมล็ดแอปเปิล เมล็ดเชอร์รี่ และเมล็ดผลไม้ตระกูลเดียวกัน
- นมและผลิตภัณฑ์นมปริมาณมาก เพราะนกย่อยแลคโตสไม่ได้
เปลี่ยนน้ำวันละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย นกม๊องค์ชอบเอาอาหารมาแช่น้ำ น้ำจะเน่าเร็วมากในอากาศร้อน
ฝึกนกม๊องค์ให้เชื่องและพูดได้อย่างไร
เริ่มจากคำสั่ง step up คือยื่นนิ้วแตะเบา ๆ ที่หน้าอกเหนือขา พูดว่า step up แล้วรอให้นกก้าวขึ้นมาเอง ทำวันละ 5 ถึง 10 นาที 2 ถึง 3 รอบ ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์นกส่วนใหญ่จะทำได้ นี่คือพื้นฐานของทุกอย่างที่จะฝึกต่อไป
เรื่องพูด นกม๊องค์ส่วนใหญ่เริ่มเลียนเสียงคำแรกช่วงอายุ 3 ถึง 6 เดือน บางตัวเร็วกว่านั้น บางตัวช้าถึง 8 เดือนหรือไม่พูดเลยก็มี วิธีที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่เปิดคลิปให้ฟัง แต่คือพูดคำเดิมซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงสูงและสนุกทุกครั้งที่เข้าหานก เช่น สวัสดี ชื่อนก หรือคำที่คุณพูดบ่อยในบ้าน
สิ่งที่มือใหม่ทำพลาดบ่อยคือตอบสนองเวลานกกัด ทั้งตะโกน ทั้งสะบัดมือ นกจะจำว่ากัดแล้วได้ความสนใจ วิธีที่ถูกคือวางนกลงเงียบ ๆ หันหลังให้ 10 ถึง 20 วินาที แล้วค่อยกลับมาใหม่ ทำแบบนี้สม่ำเสมอนกจะเรียนรู้ว่ากัดแล้วเสียเพื่อนเล่น
ม็องค์เป็นนกที่หวงกรงตามธรรมชาติ เพราะในป่ามันสร้างรังเป็นอาณาจักรใหญ่ เวลาจะเอานกออกให้เปิดประตูรอให้นกออกมาเอง หรือยื่นมือเข้าไปพร้อมคำสั่ง step up อย่าล้วงไปจับตัวนกในกรง เพราะนั่นคือสาเหตุหลักที่นกเชื่องบางตัวกลับมากัดเจ้าของ
สัญญาณป่วยที่ต้องรีบพาไปหาหมอ
นกซ่อนอาการป่วยเก่งมาก พอเห็นชัดว่าซึมมักป่วยมาแล้วหลายวัน ดังนั้นสัญญาณที่เชื่อถือได้มากที่สุดคือน้ำหนักลดติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป หรือลดเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์เดียว นี่คือเหตุผลที่ผมยืนยันให้ซื้อตาชั่งตั้งแต่วันแรก
อาการอื่นที่ต้องพาไปหาหมอนกภายใน 24 ชั่วโมง ได้แก่
- ขนฟูตลอดเวลาทั้งที่อากาศไม่หนาว นั่งหลับกลางวันบ่อย
- หายใจแล้วหางกระดกขึ้นลงตามจังหวะ หรือหายใจเสียงดัง
- ขี้เหลวเป็นน้ำ สีเขียวเข้มผิดปกติ หรือมีเลือดปน
- อาเจียนหรือสะบัดหัวเอาอาหารออกมา ต่างจากการขย้อนป้อนคนที่นกทำตอนอารมณ์ดี
- ยืนขาเดียวนาน ๆ ก้นเปื้อน หรือมีก้อนบวมตามตัว
- ถอนขนตัวเองจนเห็นผิวหนัง ซึ่งเป็นได้ทั้งเรื่องความเครียดและโรค
ระหว่างรอไปหาหมอ ให้ย้ายนกไปกรงเล็กในที่อุ่นและเงียบ อุณหภูมิประมาณ 28 ถึง 30 องศา วางอาหารและน้ำใกล้ ๆ ให้กินง่าย ห้ามให้ยาคนหรือยาที่คนอื่นแนะนำในกลุ่มออนไลน์เด็ดขาด นกตัวเล็กเกินยาแค่นิดเดียวก็ถึงชีวิต
สุดท้าย วิธีเลี้ยงนกม๊องค์ให้รอดและมีความสุขไม่ได้อยู่ที่กรงแพงหรือสีหายาก แต่อยู่ที่เวลาที่คุณให้เขาทุกวัน ความสม่ำเสมอเรื่องอาหาร และการสังเกตนกของตัวเองจนรู้ว่าวันไหนเขาไม่เหมือนเดิม นกม๊องค์ที่ได้แบบนี้จะอยู่กับคุณไปอีกหลายสิบปี
คำถามที่พบบ่อย
นกม๊องค์เสียงดังไหม เลี้ยงในคอนโดได้หรือเปล่า
ดังพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น หรือเวลาเจ้าของออกจากห้อง เลี้ยงในคอนโดได้ถ้าห้องเก็บเสียงดีและได้เล่นกับนกทุกวัน แต่ควรถามตัวเองก่อนว่าเพื่อนบ้านรับได้ไหม
นกม๊องค์ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน
สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้งในช่วงกลางวันที่อากาศอุ่น ใช้ฟ็อกกี้พ่นละอองหรือวางถาดน้ำตื้นให้นกลงเล่นเอง ห้ามอาบตอนเย็นหรือใช้ไดร์เป่าแรง ๆ
เลี้ยงนกม๊องค์ตัวเดียวจะเหงาไหม ต้องซื้อคู่หรือเปล่า
ถ้ามีเวลาเล่นกับนกวันละ 1 ถึง 2 ชั่วโมง ตัวเดียวก็อยู่ได้ดีและเชื่องกว่า ถ้าเลี้ยงคู่นกจะติดกันเองและสนใจคนน้อยลง เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านมากกว่า
ดูยังไงว่านกม๊องค์เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย
ดูจากภายนอกไม่ได้ ตัวผู้กับตัวเมียหน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง ต้องตรวจ DNA จากขนหรือเลือดเท่านั้น ค่าตรวจในไทยประมาณ 300 ถึง 600 บาทต่อตัว
นกม๊องค์ตัดปีกได้ไหม
ทำได้แต่ควรให้คนมีประสบการณ์ทำ และควรตัดหลังนกหัดบินคล่องแล้ว ไม่ตัดก่อนเพราะนกจะเสียความมั่นใจและกล้ามเนื้ออกไม่พัฒนา หลายคนเลือกไม่ตัดแล้วฝึกเรียกกลับแทน
นกม๊องค์ต้องกินแคลเซียมหรือวิตามินเสริมไหม
ถ้ากินอาหารเม็ดเป็นหลักส่วนใหญ่ไม่จำเป็น วางกระดองปลาหมึกหรือก้อนแร่ธาตุไว้ในกรงให้แทะเองก็พอ ตัวเมียที่ออกไข่ควรได้แคลเซียมเสริมตามที่หมอนกแนะนำ
นกม๊องค์ทำไมชอบแทะทุกอย่างในบ้าน
เป็นสัญชาตญาณสร้างรังของ Monk Parakeet ในธรรมชาติ ห้ามไม่ได้แต่เบี่ยงได้ด้วยการให้ของเล่นแทะเยอะ ๆ และเก็บสายไฟกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้พ้นตอนปล่อยนก