NokMonk.com

วิธีเลี้ยงนกม๊องค์ฉบับมือใหม่ ตั้งแต่วันแรกที่รับนกจนโต

อัปเดต 8 ก.ย. 2569

วิธีเลี้ยงนกม๊องค์สำหรับมือใหม่ ตั้งแต่เลือกลูกป้อน ป้อนอาหาร จัดกรง ฝึกเชื่อง จนถึงสังเกตอาการป่วย พร้อมตารางราคาและตารางป้อนที่ใช้ได้จริง

นกม๊องค์ หรือที่ฝรั่งเรียก Monk Parakeet และบางคนเรียก Quaker Parrot เป็นนกแก้วขนาดกลางที่คนไทยหันมาเลี้ยงกันมากขึ้นทุกปี เพราะฉลาด ติดคน และพูดได้ชัดกว่านกขนาดเดียวกันหลายชนิด ผมเลี้ยงและเพาะนกชนิดนี้มาหลายปี เจอทั้งตัวที่โตมาเป็นนกเชื่องแสนรู้ และตัวที่ไม่รอดเพราะเจ้าของยังไม่พร้อม บทความนี้เลยตั้งใจเขียนให้มือใหม่อ่านจบแล้วเลี้ยงรอดจริง ไม่ใช่แค่เลี้ยงได้

เลี้ยงม๊องค์ยากไหม มือใหม่เลี้ยงรอดหรือเปล่า

ไม่ยาก ถ้าคุณมีเวลาให้นกทุกวันและยอมเรียนรู้เรื่องพื้นฐานก่อนรับนก แต่จะยากทันทีถ้าคิดว่าซื้อมาแล้วใส่กรงให้กินอาหารก็จบ เพราะนกม๊องค์เป็นนกที่ต้องการการเล่นด้วยและมีนิสัยชัดเจนมาก

ข้อดีของการเลี้ยงนกม๊องค์พาราคีทคือเป็นนกที่ทนพอสมควรเมื่อโตแล้ว กินง่าย ปรับตัวกับอากาศบ้านเราได้ดี และมีอายุยืน 20 ถึง 30 ปีถ้าดูแลดี ส่วนข้อที่ต้องเตรียมใจคือเสียงร้องดัง หวงของ หวงกรง และถ้าถูกทิ้งไว้เฉย ๆ นาน ๆ บางตัวจะเริ่มถอนขนตัวเอง

คำถาม "เลี้ยงม๊องค์ยากไหม" จึงตอบได้ว่ายากตรงช่วงลูกป้อนกับช่วงปรับตัว 2 ถึง 3 เดือนแรก พ้นช่วงนั้นไปได้นกจะเลี้ยงง่ายขึ้นมาก ใครที่ไม่มั่นใจเรื่องป้อน ผมแนะนำให้เริ่มจากนกที่หย่านมแล้วจะปลอดภัยกว่า

ควรเริ่มเลี้ยงนกม๊องค์ตอนอายุเท่าไหร่

ถ้าเป็นมือใหม่จริง ๆ อายุที่เหมาะคือ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพราะนกเริ่มกินเองได้บางส่วน ป้อนวันละ 1 ถึง 2 มื้อ ยังเชื่องง่าย และความเสี่ยงต่ำกว่าลูกนกที่เพิ่งลืมตา ส่วนนกที่หย่านมแล้วอายุ 3 เดือนขึ้นไปก็ยังฝึกให้เชื่องได้ถ้าเป็นลูกป้อนมาแต่แรก

ลูกนกอายุ 3 ถึง 4 สัปดาห์ที่ยังขนไม่ขึ้นเต็ม ผมไม่แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยป้อนนกมาก่อน เพราะต้องคุมอุณหภูมิ ป้อนวันละ 4 ถึง 5 มื้อ และพลาดครั้งเดียวก็เสียนกได้ ราคาที่ถูกกว่าเล็กน้อยไม่คุ้มกับความเสี่ยง

ก่อนรับนกให้ดูตาต้องใส กระพุ้งอาหาร (crop) ต้องยุบลงระหว่างมื้อ ก้นสะอาดไม่มีขี้เกาะ และนกตอบสนองเมื่อยื่นมือเข้าไป ถ้านกซึม ตาปิด หรือหายใจแรงจนหางกระดก ให้เดินออกมาแม้จะราคาถูกแค่ไหน

ราคานกม๊องค์ตอนนี้เท่าไหร่ ซื้อตัวไหนดี

ราคาลูกป้อนสีเขียวธรรมดาช่วงนี้อยู่ที่ 5,000 ถึง 9,000 บาท ส่วนสีอื่นขยับขึ้นตามความหายากของพันธุกรรม มือใหม่ผมแนะนำเริ่มจากสีเขียวธรรมดาก่อน เพราะพฤติกรรมและความฉลาดไม่ต่างจากสีแพงเลย

สี / พันธุกรรมราคาลูกป้อนโดยประมาณ (บาท)หมายเหตุ
เขียวธรรมดา5,000 ถึง 9,000เหมาะกับมือใหม่ที่สุด
เขียว split (แฝงยีนสีอื่น)10,000 ถึง 16,000หน้าตาเหมือนเขียวธรรมดา แต่ใช้เพาะสีได้
บลู15,000 ถึง 25,000สีที่คนไทยนิยมมากที่สุด
Opaline / Turquoise / Lutino และ combination20,000 ถึง 40,000ราคาต่างกันมากตามความชัดของสีและสายพันธุกรรม

ราคาในตารางเป็นราคาตลาดไทยช่วงนี้และเปลี่ยนได้ตลอด ปัจจัยหลักคือฤดูกาล (ช่วงต้นฝนถึงปลายปีลูกนกออกเยอะราคาจะนิ่มกว่า) ความเชื่องของนก และพันธุกรรมพ่อแม่ นกตัวเดียวกันถ้าเป็นนกเชื่องที่ฝึก step up แล้วอาจแพงกว่านกที่ยังไม่เชื่องอยู่ 1,000 ถึง 3,000 บาท

คำว่า split หมายถึงนกที่มีหน้าตาเป็นสีเขียว แต่แฝงยีนสีอื่นไว้ เช่น เขียว split บลู ถ้าคุณตั้งใจเลี้ยงเป็นเพื่อนไม่ได้จะเพาะ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อ split เลย

วันแรกที่รับนกมาต้องทำอะไรบ้าง

วันแรกให้ทำแค่ 3 อย่าง คือจัดที่อยู่ให้อุ่นและเงียบ ป้อนอาหารตามเวลาเดิมที่ผู้เพาะป้อน และปล่อยให้นกพัก ห้ามพานกไปโชว์ญาติ ห้ามอาบน้ำ ห้ามเปลี่ยนสูตรอาหารทันที เพราะความเครียดจากการย้ายบ้านคือสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ลูกนกป่วยในสัปดาห์แรก

ถามผู้เพาะให้ครบว่าป้อนอาหารยี่ห้ออะไร ผสมข้นแค่ไหน ป้อนวันละกี่มื้อ เวลาไหนบ้าง แล้วทำตามนั้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนค่อยปรับ ถ้าจะเปลี่ยนยี่ห้ออาหารให้ค่อย ๆ ผสมของใหม่เพิ่มทีละส่วนใน 5 ถึง 7 วัน

ช่วง 2 ถึง 3 วันแรกถ้านกกินน้อยลงเล็กน้อยถือว่าปกติ แต่ถ้าไม่ยอมกินเลยเกิน 1 มื้อ หรือ crop ไม่ยุบภายใน 4 ถึง 6 ชั่วโมง ให้รีบติดต่อผู้เพาะหรือหมอนกทันที อย่ารอดูอาการข้ามคืน

ป้อนลูกป้อนอย่างไรให้รอด ป้อนวันละกี่มื้อ

หลักสำคัญมีแค่ 3 ข้อ คืออาหารต้องอุ่นประมาณ 39 ถึง 41 องศาเซลเซียส ป้อนเมื่อ crop ยุบแล้วเท่านั้น และลดจำนวนมื้อลงตามอายุ ทำ 3 ข้อนี้ได้ถูกต้องนกจะรอดเกือบทุกตัว

อายุจำนวนมื้อต่อวันปริมาณต่อมื้อโดยประมาณสิ่งที่ควรทำเพิ่ม
3 ถึง 4 สัปดาห์4 ถึง 5 มื้อ8 ถึง 12 ซีซีต้องมีกล่องอุ่น รักษาอุณหภูมิ 30 ถึง 32 องศา
5 ถึง 6 สัปดาห์3 มื้อ12 ถึง 18 ซีซีเริ่มวางเม็ดอาหารและผักให้ลองจิก
7 ถึง 8 สัปดาห์2 มื้อ (เช้า เย็น)15 ถึง 20 ซีซีวางถ้วยน้ำ เริ่มฝึก step up เบา ๆ
9 ถึง 10 สัปดาห์1 มื้อ (ก่อนนอน)ตามที่นกยอมกินชั่งน้ำหนักทุกวัน ถ้าไม่ลดค่อยงดมื้อ
10 ถึง 12 สัปดาห์หย่านมกินเองทั้งหมดยังชั่งน้ำหนักต่ออีก 2 สัปดาห์

ปริมาณในตารางเป็นค่าประมาณ ให้ยึดที่ crop เป็นหลัก ป้อนจน crop เต่งพอดีเหมือนลูกโป่งนิ่ม ๆ ไม่ใช่ตึงจนแข็ง อาหารที่เย็นเกินไปนกจะไม่ยอมกลืนและย่อยช้า ส่วนอาหารที่ร้อนเกิน 42 องศาจะทำให้ crop พองไหม้ได้ ผมใช้ปรอทวัดทุกครั้งแม้ป้อนมาเป็นพันตัวแล้ว

ใช้ไซริงค์ป้อนทางด้านซ้ายของปากนก (ขวามือของคนป้อน) เพราะหลอดอาหารของนกอยู่ทางขวาของตัวนก ป้อนช้า ๆ ตามจังหวะที่นกดูด ถ้านกหยุดดูดให้หยุดตาม อย่าดันต่อเด็ดขาดเพราะเสี่ยงสำลักลงปอด

ช่วงหย่านม (weaning) นกจะน้ำหนักลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จากช่วงพีค ถือว่าปกติ แต่ถ้าลดต่อเนื่องหรือลดเกินนั้นให้กลับไปป้อนเสริมมื้อเย็นก่อน อย่ารีบหย่านมตามตำราถ้านกยังไม่พร้อม แต่ละตัวช้าเร็วต่างกันได้ 2 ถึง 3 สัปดาห์

กรงและของใช้ที่มือใหม่ต้องเตรียม

กรงที่พออยู่ได้จริงสำหรับนกม๊องค์ 1 ตัวควรกว้างและลึกไม่น้อยกว่า 45 ซม. สูงไม่น้อยกว่า 60 ซม. และซี่กรงห่างกันไม่เกิน 1.5 ซม. ถ้ามีงบและพื้นที่ ให้ขยับไป 60 x 60 x 90 ซม. นกจะมีที่เล่นและกางปีกได้เต็มที่

ขนาดกรง (กว้าง x ลึก x สูง)เหมาะกับความเห็นจากคนเลี้ยง
35 x 35 x 50 ซม.กรงพักชั่วคราว กรงเดินทางอยู่ประจำไม่ได้ นกจะเครียดและถอนขน
45 x 45 x 60 ซม.นก 1 ตัวที่ได้ออกมาเล่นทุกวันขั้นต่ำที่รับได้
60 x 60 x 90 ซม.นก 1 ตัว หรือคู่ที่เข้ากันได้ขนาดที่ผมแนะนำมากที่สุด
80 x 60 x 120 ซม. ขึ้นไปคู่เพาะ หรือคนที่ไม่ค่อยได้ปล่อยนกยิ่งใหญ่ยิ่งดี แต่ต้องดูว่าซี่กรงแข็งแรงพอ

เลือกกรงเหล็กพ่นสีหรือสเตนเลส หลีกเลี่ยงกรงชุบสังกะสีราคาถูกเพราะนกม๊องค์ชอบแทะซี่กรง และสังกะสีเป็นพิษกับนกสะสมได้ ควรมีถาดรองพื้นที่ดึงออกล้างได้ทุกวัน

ของใช้อื่น ๆ ที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก ได้แก่

  • คอนไม้ธรรมชาติอย่างน้อย 2 อัน ขนาดต่างกัน ให้นกได้ยืนเปลี่ยนท่า
  • ถ้วยอาหารและถ้วยน้ำแบบสเตนเลสอย่างละ 1 ถึง 2 ใบ
  • ของเล่นแทะ เช่น ไม้เนื้ออ่อน กระดาษลัง เชือกฝ้าย 2 ถึง 3 ชิ้น สลับกันทุกสัปดาห์
  • ตาชั่งดิจิทัลแบบชั่งอาหารที่ละเอียดถึง 1 กรัม ราคาไม่ถึง 300 บาท แต่ช่วยชีวิตนกได้มากกว่าของทุกอย่างในรายการนี้
  • ผ้าคลุมกรงสำหรับตอนกลางคืน

วางกรงในห้องที่คนอยู่บ่อย ไม่โดนแดดจัดตรง ๆ ไม่อยู่ในครัว และไม่ตรงทางลม เพราะควันจากกระทะเคลือบ Teflon ที่ร้อนจัดเป็นอันตรายถึงชีวิตกับนกทุกชนิด

นกม๊องค์กินอะไรได้บ้าง และห้ามกินอะไร

อาหารหลักของนกม๊องค์ที่หย่านมแล้วควรเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูป (pellet) ประมาณ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ผักผลไม้สด 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ดธัญพืชเป็นของแถมเล็กน้อย นกที่กินแต่เมล็ดทานตะวันกับข้าวฟ่างล้วน ๆ มักอ้วน ไขมันพอกตับ และอายุสั้นกว่าที่ควร

ผักที่ให้ได้ทุกวัน เช่น ผักบุ้ง คะน้า ผักกาดขาว แครอท ฟักทองนึ่ง ข้าวโพดต้ม พริกหวาน ส่วนผลไม้ให้วันเว้นวันเพราะน้ำตาลสูง เช่น แอปเปิล (เอาเมล็ดออก) มะละกอ ฝรั่ง กล้วย องุ่น ล้างให้สะอาดและเก็บของเหลือออกจากกรงภายใน 3 ถึง 4 ชั่วโมงในอากาศบ้านเรา

ของที่ห้ามให้เด็ดขาด ได้แก่

  • อะโวคาโด เป็นพิษรุนแรงกับนกทุกชนิด
  • ช็อกโกแลต กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์
  • หอมหัวใหญ่ กระเทียม และอาหารคนที่ปรุงรสเค็มหรือมัน
  • เมล็ดแอปเปิล เมล็ดเชอร์รี่ และเมล็ดผลไม้ตระกูลเดียวกัน
  • นมและผลิตภัณฑ์นมปริมาณมาก เพราะนกย่อยแลคโตสไม่ได้

เปลี่ยนน้ำวันละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย นกม๊องค์ชอบเอาอาหารมาแช่น้ำ น้ำจะเน่าเร็วมากในอากาศร้อน

ฝึกนกม๊องค์ให้เชื่องและพูดได้อย่างไร

เริ่มจากคำสั่ง step up คือยื่นนิ้วแตะเบา ๆ ที่หน้าอกเหนือขา พูดว่า step up แล้วรอให้นกก้าวขึ้นมาเอง ทำวันละ 5 ถึง 10 นาที 2 ถึง 3 รอบ ภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์นกส่วนใหญ่จะทำได้ นี่คือพื้นฐานของทุกอย่างที่จะฝึกต่อไป

เรื่องพูด นกม๊องค์ส่วนใหญ่เริ่มเลียนเสียงคำแรกช่วงอายุ 3 ถึง 6 เดือน บางตัวเร็วกว่านั้น บางตัวช้าถึง 8 เดือนหรือไม่พูดเลยก็มี วิธีที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่เปิดคลิปให้ฟัง แต่คือพูดคำเดิมซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงสูงและสนุกทุกครั้งที่เข้าหานก เช่น สวัสดี ชื่อนก หรือคำที่คุณพูดบ่อยในบ้าน

สิ่งที่มือใหม่ทำพลาดบ่อยคือตอบสนองเวลานกกัด ทั้งตะโกน ทั้งสะบัดมือ นกจะจำว่ากัดแล้วได้ความสนใจ วิธีที่ถูกคือวางนกลงเงียบ ๆ หันหลังให้ 10 ถึง 20 วินาที แล้วค่อยกลับมาใหม่ ทำแบบนี้สม่ำเสมอนกจะเรียนรู้ว่ากัดแล้วเสียเพื่อนเล่น

ม็องค์เป็นนกที่หวงกรงตามธรรมชาติ เพราะในป่ามันสร้างรังเป็นอาณาจักรใหญ่ เวลาจะเอานกออกให้เปิดประตูรอให้นกออกมาเอง หรือยื่นมือเข้าไปพร้อมคำสั่ง step up อย่าล้วงไปจับตัวนกในกรง เพราะนั่นคือสาเหตุหลักที่นกเชื่องบางตัวกลับมากัดเจ้าของ

สัญญาณป่วยที่ต้องรีบพาไปหาหมอ

นกซ่อนอาการป่วยเก่งมาก พอเห็นชัดว่าซึมมักป่วยมาแล้วหลายวัน ดังนั้นสัญญาณที่เชื่อถือได้มากที่สุดคือน้ำหนักลดติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป หรือลดเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์เดียว นี่คือเหตุผลที่ผมยืนยันให้ซื้อตาชั่งตั้งแต่วันแรก

อาการอื่นที่ต้องพาไปหาหมอนกภายใน 24 ชั่วโมง ได้แก่

  1. ขนฟูตลอดเวลาทั้งที่อากาศไม่หนาว นั่งหลับกลางวันบ่อย
  2. หายใจแล้วหางกระดกขึ้นลงตามจังหวะ หรือหายใจเสียงดัง
  3. ขี้เหลวเป็นน้ำ สีเขียวเข้มผิดปกติ หรือมีเลือดปน
  4. อาเจียนหรือสะบัดหัวเอาอาหารออกมา ต่างจากการขย้อนป้อนคนที่นกทำตอนอารมณ์ดี
  5. ยืนขาเดียวนาน ๆ ก้นเปื้อน หรือมีก้อนบวมตามตัว
  6. ถอนขนตัวเองจนเห็นผิวหนัง ซึ่งเป็นได้ทั้งเรื่องความเครียดและโรค

ระหว่างรอไปหาหมอ ให้ย้ายนกไปกรงเล็กในที่อุ่นและเงียบ อุณหภูมิประมาณ 28 ถึง 30 องศา วางอาหารและน้ำใกล้ ๆ ให้กินง่าย ห้ามให้ยาคนหรือยาที่คนอื่นแนะนำในกลุ่มออนไลน์เด็ดขาด นกตัวเล็กเกินยาแค่นิดเดียวก็ถึงชีวิต

สุดท้าย วิธีเลี้ยงนกม๊องค์ให้รอดและมีความสุขไม่ได้อยู่ที่กรงแพงหรือสีหายาก แต่อยู่ที่เวลาที่คุณให้เขาทุกวัน ความสม่ำเสมอเรื่องอาหาร และการสังเกตนกของตัวเองจนรู้ว่าวันไหนเขาไม่เหมือนเดิม นกม๊องค์ที่ได้แบบนี้จะอยู่กับคุณไปอีกหลายสิบปี

คำถามที่พบบ่อย

นกม๊องค์เสียงดังไหม เลี้ยงในคอนโดได้หรือเปล่า

ดังพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น หรือเวลาเจ้าของออกจากห้อง เลี้ยงในคอนโดได้ถ้าห้องเก็บเสียงดีและได้เล่นกับนกทุกวัน แต่ควรถามตัวเองก่อนว่าเพื่อนบ้านรับได้ไหม

นกม๊องค์ต้องอาบน้ำบ่อยแค่ไหน

สัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้งในช่วงกลางวันที่อากาศอุ่น ใช้ฟ็อกกี้พ่นละอองหรือวางถาดน้ำตื้นให้นกลงเล่นเอง ห้ามอาบตอนเย็นหรือใช้ไดร์เป่าแรง ๆ

เลี้ยงนกม๊องค์ตัวเดียวจะเหงาไหม ต้องซื้อคู่หรือเปล่า

ถ้ามีเวลาเล่นกับนกวันละ 1 ถึง 2 ชั่วโมง ตัวเดียวก็อยู่ได้ดีและเชื่องกว่า ถ้าเลี้ยงคู่นกจะติดกันเองและสนใจคนน้อยลง เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านมากกว่า

ดูยังไงว่านกม๊องค์เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย

ดูจากภายนอกไม่ได้ ตัวผู้กับตัวเมียหน้าตาเหมือนกันทุกอย่าง ต้องตรวจ DNA จากขนหรือเลือดเท่านั้น ค่าตรวจในไทยประมาณ 300 ถึง 600 บาทต่อตัว

นกม๊องค์ตัดปีกได้ไหม

ทำได้แต่ควรให้คนมีประสบการณ์ทำ และควรตัดหลังนกหัดบินคล่องแล้ว ไม่ตัดก่อนเพราะนกจะเสียความมั่นใจและกล้ามเนื้ออกไม่พัฒนา หลายคนเลือกไม่ตัดแล้วฝึกเรียกกลับแทน

นกม๊องค์ต้องกินแคลเซียมหรือวิตามินเสริมไหม

ถ้ากินอาหารเม็ดเป็นหลักส่วนใหญ่ไม่จำเป็น วางกระดองปลาหมึกหรือก้อนแร่ธาตุไว้ในกรงให้แทะเองก็พอ ตัวเมียที่ออกไข่ควรได้แคลเซียมเสริมตามที่หมอนกแนะนำ

นกม๊องค์ทำไมชอบแทะทุกอย่างในบ้าน

เป็นสัญชาตญาณสร้างรังของ Monk Parakeet ในธรรมชาติ ห้ามไม่ได้แต่เบี่ยงได้ด้วยการให้ของเล่นแทะเยอะ ๆ และเก็บสายไฟกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้พ้นตอนปล่อยนก