นกม๊องค์ป่วยดูยังไง เช็กจากขี้ ขน น้ำหนัก และเมื่อไหร่ต้องหาหมอ
นกม๊องค์ป่วยมักซ่อนอาการจนหนัก มาดูวิธีเช็กจากขี้ ขน น้ำหนัก และพฤติกรรม พร้อมสัญญาณที่ต้องพาไปหาหมอทันที ก่อนจะสายเกินไป
นกม๊องค์ป่วยดูยังไง ทำไมกว่าจะรู้ตัวก็หนักแล้ว
นกม๊องค์ป่วยดูได้จาก 4 อย่างหลัก คือ ขี้ ขน น้ำหนัก และพฤติกรรมประจำวัน ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนไปจากปกติของนกตัวนั้นเกิน 1 ถึง 2 วัน ให้ถือว่าเป็นสัญญาณแล้ว ไม่ต้องรอให้ซึมชัด ๆ
เหตุผลที่คนเลี้ยงมักรู้ช้า เพราะนกแก้วเป็นสัตว์ที่ถูกล่าในธรรมชาติ สัญชาตญาณของมันคือซ่อนความอ่อนแอให้ถึงที่สุด นกม๊องค์ที่ป่วยมาหลายวันยังกิน ยังร้อง ยังเล่นต่อหน้าเราได้เหมือนเดิม พอเราหันหลังถึงค่อยฟูตัวหลับ กว่าจะแสดงอาการชัดคือร่างกายทนไม่ไหวแล้ว
ที่บ้านเราเลี้ยงและเพาะ Monk Parakeet มาหลายปี สิ่งที่ช่วยชีวิตนกได้มากที่สุดไม่ใช่ยาแพง แต่เป็นการรู้จัก "ค่าปกติ" ของนกตัวเอง ขี้ปกติหน้าตาแบบไหน น้ำหนักปกติกี่กรัม ตื่นกี่โมง กินเสียงดังแค่ไหน พอรู้แล้วความผิดปกติเล็ก ๆ จะสะดุดตาทันที บทความนี้จะพาไล่ดูทีละอย่าง แล้วปิดท้ายด้วยตารางว่าอาการไหนรอได้ อาการไหนต้องไปหาหมอวันนั้นเลย
ขี้นกม๊องค์แบบไหนปกติ แบบไหนคือม๊องค์ท้องเสีย
ขี้นกม๊องค์ปกติมี 3 ส่วนชัดเจน คือ ส่วนอุจจาระสีเขียวเข้มหรือน้ำตาลที่จับตัวเป็นเส้นขด ส่วนยูเรตสีขาวขุ่นเหมือนชอล์ก และส่วนน้ำใสเล็กน้อยรอบ ๆ ถ้าส่วนอุจจาระเละเป็นน้ำ ไม่จับตัว หรือสีผิดไปจากอาหารที่กิน นั่นคือสัญญาณม๊องค์ท้องเสียหรือมีปัญหาภายใน
ข้อที่มือใหม่สับสนบ่อยที่สุดคือ "ขี้เหลว" กับ "ขี้น้ำเยอะ" ไม่เหมือนกัน นกที่เพิ่งกินผัก ผลไม้ หรือเพิ่งอาบน้ำ จะขี้มีน้ำใสเยอะขึ้น แต่ก้อนอุจจาระยังจับตัวเป็นเส้นอยู่ อันนี้ปกติ แต่ถ้าก้อนอุจจาระเองเละ ไม่มีรูปทรง แล้วเป็นแบบนี้หลายกองติดต่อกันทั้งวัน อันนี้คือท้องเสียจริง
สีก็บอกอะไรได้เยอะ แต่ก่อนตกใจให้นึกก่อนว่าวันนี้นกกินอะไร แก้วมังกรแดง บีทรูท พริกแดง หรือ pellet สีสด ทำให้ขี้แดงหรือม่วงได้ชั่วคราว ถ้าไม่ได้กินของพวกนี้แล้วขี้ดำเหมือนยางมะตอย หรือมีเลือดสด ต้องไปหาหมอวันนั้นเลย
| ลักษณะขี้ที่เห็น | มักเกิดจาก | ควรทำอะไร |
|---|---|---|
| อุจจาระเขียวเข้มขดเป็นเส้น ยูเรตขาว น้ำใสเล็กน้อย | ปกติ | ไม่ต้องทำอะไร |
| น้ำใสเยอะ แต่ก้อนอุจจาระยังจับตัว | กินผัก ผลไม้ อาบน้ำ อากาศร้อน | ลดผักผลไม้ 1 วัน ถ้ากลับมาปกติถือว่าไม่เป็นไร |
| อุจจาระเละเป็นน้ำ ไม่มีรูปทรง ต่อเนื่องเกิน 1 วัน | ท้องเสีย ติดเชื้อ อาหารเสีย น้ำสกปรก | นัดหมอภายใน 1 ถึง 2 วัน เอาขี้สดไปด้วย |
| มีเมล็ดหรืออาหารไม่ย่อยปนออกมา | ระบบย่อยมีปัญหา พยาธิ ติดเชื้อ | นัดหมอ |
| ยูเรตเป็นสีเหลืองหรือเขียวมะนาว | ตับ หรือติดเชื้อรุนแรง | หาหมอทันที |
| ขี้ดำเหมือนยางมะตอย หรือมีเลือดสด โดยไม่ได้กินอาหารสีแดง | เลือดออกในทางเดินอาหาร | ฉุกเฉิน หาหมอวันนั้น |
| ขี้น้อยลงมาก หรือไม่ขี้เลยครึ่งวัน | ไม่ได้กิน ทางเดินอาหารอุดตัน หรือไข่ค้างในตัวเมีย | หาหมอทันที |
| ขี้มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีฟอง | ติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ | นัดหมอ |
วิธีดูขี้ให้ชัดคือใช้กระดาษขาวรองพื้นกรง เปลี่ยนทุกเช้า อย่าใช้ขี้เลื่อยหรือทรายแมวรอง เพราะจะดูดน้ำจนดูไม่ออกว่าขี้เปลี่ยนไปไหม ถ้าเจอขี้ผิดปกติให้ถ่ายรูปเก็บไว้พร้อมเวลา พอไปหาหมอจะช่วยได้มากกว่าเล่าปากเปล่า
ม๊องค์ถอนขนเพราะป่วย หรือแค่ผลัดขน แยกยังไง
ให้ดูที่หัวเป็นอันดับแรก นกผลัดขนจะขนร่วงทั้งตัวรวมถึงหัว และมีขนใหม่แทงขึ้นมาแทน ส่วนม๊องค์ถอนขนจะร่วงเฉพาะจุดที่ปากมันเอื้อมถึง คือหน้าอก ท้อง ใต้ปีก และขา แต่ขนหัวยังเต็มสวย เพราะนกถอนขนตัวเองไม่ถึงหัว
การผลัดขนตามธรรมชาติของนกม๊องค์เกิดปีละ 1 ถึง 2 รอบ ช่วงนั้นจะเห็นขนร่วงตามพื้นกรงเยอะ มีขนเข็มหรือ pin feather เป็นแท่งขาว ๆ แทงขึ้นตามหัวและคอ นกอาจหงุดหงิดกว่าปกติเพราะคัน แต่ยังกินยังเล่นได้ ขนที่ร่วงจะเป็นเส้นสมบูรณ์ทั้งก้าน ไม่ถูกกัดจนแหว่ง
ถ้าเป็นการถอนขนจริง ต้องแยกอีกชั้นว่ามาจากร่างกายหรือจากใจ สาเหตุทางกายที่พบบ่อยคือผิวแห้งจากอยู่ห้องแอร์ทั้งวันไม่ได้อาบน้ำ ไรขน ผิวหนังติดเชื้อ และขาดสารอาหารจากการกินแต่เมล็ดทานตะวัน ส่วนสาเหตุทางใจคือเบื่อ เหงา อยู่กรงเล็กทั้งวัน ย้ายบ้าน คนในบ้านหายไป หรือมีสัตว์ตัวใหม่เข้ามา Quaker Parrot ขึ้นชื่อว่าเป็นนกที่ถอนขนจากความเครียดง่ายกว่านกแก้วขนาดใกล้เคียงกันหลายชนิด
เรื่องที่ต้องไปหาหมอแน่ ๆ ไม่ต้องลุ้นเองคือ ถอนจนเห็นผิวหนังแดง มีสะเก็ด มีเลือด หรือนกจิกเนื้อตัวเองจนเป็นแผลเปิดที่หน้าอกหรือขา อาการจิกเนื้อตัวเองแบบนี้เจอในนกม๊องค์มากเป็นพิเศษ ถ้าปล่อยไว้แผลจะติดเชื้อ และนกจะจิกซ้ำที่เดิมจนติดเป็นนิสัยแก้ยากมาก
- ขนร่วงที่หัวด้วยไหม ถ้าร่วงที่หัวด้วยส่วนใหญ่คือผลัดขน
- มี pin feather แทงขึ้นมาแทนไหม ถ้ามีคือร่างกายกำลังสร้างขนใหม่ตามปกติ
- ขนที่ร่วงก้านสมบูรณ์ หรือปลายถูกกัดแหว่งเป็นตอ ถ้าแหว่งคือนกกัดเอง
- ผิวหนังใต้ขนเรียบสีปกติ หรือแดง มีขุยขาว มีสะเก็ด
- เริ่มร่วงหลังจากมีอะไรเปลี่ยนในบ้านไหม เช่น ย้ายกรง เปลี่ยนอาหาร มีคนหรือสัตว์ใหม่
ต้องชั่งน้ำหนักนกม๊องค์บ่อยแค่ไหน ลดเท่าไหร่ถึงน่าห่วง
ชั่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตอนเช้าก่อนให้อาหาร และถ้าน้ำหนักลดเกิน 10% จากค่าปกติของนกตัวนั้น ให้พาไปหาหมอโดยไม่ต้องรอดูอาการอื่น นกม๊องค์โตเต็มวัยส่วนใหญ่หนักราว 90 ถึง 130 กรัม ดังนั้นนกที่ปกติหนัก 110 กรัม ถ้าลงมาเหลือ 99 กรัมก็ถึงเกณฑ์แล้ว
น้ำหนักเป็นสัญญาณที่ซื่อสัตย์ที่สุด เพราะนกซ่อนอาการซึมได้ แต่ซ่อนน้ำหนักไม่ได้ นกที่ป่วยหลายตัวน้ำหนักเริ่มลงก่อนจะแสดงอาการอื่นเป็นสัปดาห์ และขนที่ฟูเต็มตัวทำให้เรามองด้วยตาไม่ออกเลยว่านกผอมลง เราเคยมีนกที่ดูภายนอกปกติทุกอย่าง แต่ตัวเลขบนเครื่องชั่งลงมา 3 สัปดาห์ติด พอไปตรวจถึงเจอปัญหาตับ
อุปกรณ์ไม่ต้องแพง เครื่องชั่งดิจิทัลแบบครัวความละเอียด 1 กรัม ราคา 150 ถึง 400 บาท ใช้ได้เลย วางคอนไม้เล็ก ๆ หรือถ้วยบนเครื่อง กดปุ่ม tare ให้เป็น 0 แล้วฝึกให้นก step up ขึ้นคอนบนเครื่องชั่ง ให้ขนมทุกครั้งที่ขึ้น ไม่กี่วันนกจะขึ้นเอง จดน้ำหนักลงสมุดหรือโน้ตในมือถือทุกครั้ง อย่าใช้ความจำ
วิธีเสริมคือคลำสันกระดูกอก จับนกแล้วใช้ปลายนิ้วลูบกลางอกจากคอลงไปถึงท้อง นกปกติจะคลำเจอสันกระดูกเป็นแนว แต่มีกล้ามเนื้อนูนเต็มสองข้าง ถ้าสันคมเหมือนใบมีดและกล้ามเนื้อสองข้างแบนหาย แสดงว่าผอมมาแล้วหลายวัน ในทางกลับกันถ้าคลำสันไม่เจอเลย แปลว่าอ้วนเกิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของนกม๊องค์ที่กินเมล็ดทานตะวันเป็นหลัก เพราะนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ
พฤติกรรมแบบไหนที่บอกว่านกม๊องค์ป่วย
อาการนกแก้วป่วยที่เห็นได้จากพฤติกรรมคือ ฟูขนนาน ๆ ตอนกลางวัน หลับโดยยืน 2 ขาแทนขาเดียว เงียบผิดปกติ และหางกระดกขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งนานเกินครึ่งวันให้เริ่มจับตาแล้ว ถ้ามี 2 ข้อขึ้นไปพร้อมกันให้เตรียมตัวไปหาหมอ
นกม๊องค์ปกติเป็นนกจอมพลัง ตื่นเช้ามาต้องร้อง ต้องแทะ ต้องขนของในกรงไปวางที่ใหม่ ต้องมาเกาะตะแกรงขอออกทันทีที่เห็นคน ใครเลี้ยงม็องค์มาสักพักจะรู้ว่าวันไหนนกเงียบคือวันที่ผิดปกติแล้ว เพราะม๊องค์พาราคีทเป็นนกที่ไม่เคยเงียบเอง
- ฟูขนทั้งตัวตอนกลางวัน ทั้งที่ห้องไม่หนาว ตาปรือ
- หลับกลางวันบ่อย หลับแบบยืน 2 ขา หัวซุกหลัง แทนที่จะยืนขาเดียวเหมือนปกติ
- ลงไปอยู่ก้นกรง หรือเกาะคอนที่ต่ำที่สุด ไม่ขึ้นที่สูง
- หางกระดกขึ้นลงทุกครั้งที่หายใจ อ้าปากหายใจ หรือมีเสียงคลิกเวลาหายใจ
- จามติดกันหลายครั้งต่อวัน มีน้ำมูก ขนรอบรูจมูกเปียกหรือเป็นคราบ
- อาเจียนแบบสะบัดหัวจนมีอาหารกระเด็นติดขนหน้าและตะแกรงกรง
- ตาปิดข้างเดียว ตาบวม มีขี้ตา หรือขนรอบตาแฉะ
- ยกขาข้างหนึ่งตลอด เกาะคอนไม่แน่น หรือเดินเซ
- ดุขึ้นทันที ไม่ยอมให้จับทั้งที่เคยเชื่อง เพราะนกเจ็บและกลัวถูกแตะ
- ดูเหมือนกินอยู่ที่ถาดอาหารทั้งวัน แต่จริง ๆ แค่แกะเปลือกแล้วทิ้ง
ข้อสุดท้ายมีคนพลาดบ่อยมาก ให้เช็กถาดอาหารตอนเย็นทุกวัน ถ้าเห็นเปลือกเมล็ดที่ถูกแกะแล้วปนกับเมล็ดเต็มเม็ดที่ไม่ได้แตะ และปริมาณอาหารไม่ค่อยลด แปลว่านกไม่ได้กินจริง แค่ยืนคาบเล่นเพื่อไม่ให้ดูอ่อนแอ อีกเรื่องคือการอาเจียนกับการขย้อนไม่เหมือนกัน นกที่ขย้อนให้คนที่รักหรือให้ของเล่นจะโยกหัวขึ้นลงอย่างตั้งใจแล้วคายอาหารออกมาเป็นก้อน อันนี้เป็นพฤติกรรมจีบ ไม่ใช่ป่วย ส่วนอาเจียนจะสะบัดหัวแรง อาหารกระจาย และมักซึมร่วมด้วย
เมื่อไหร่ต้องพานกม๊องค์ไปหาหมอ
ถ้ามีอาการฉุกเฉินต่อไปนี้ ให้พาไปหาหมอภายในวันนั้นโดยไม่ต้องรอ คือ อ้าปากหายใจ เลือดออก นั่งก้นกรงฟูขน ไม่กินเกิน 12 ชั่วโมง ชัก อาเจียนซ้ำหลายครั้ง หรือตัวเมียเบ่งเหมือนจะออกไข่แต่ไม่ออก ส่วนอาการเล็กน้อยที่นกยังกินยังเล่นได้ตามปกติ สังเกตต่อได้ 1 ถึง 2 วัน
หลักคิดง่าย ๆ คือนกตัวเล็ก ระบบเผาผลาญเร็ว ไม่กินแค่ 1 วันก็ทรุดได้แล้ว ต่างจากหมาแมวที่อดได้หลายวัน ดังนั้นการรอดูอาการของนกต้องนับเป็นชั่วโมง ไม่ใช่นับเป็นวัน และถ้าลังเลระหว่าง "ไปดีไหม" กับ "รออีกหน่อย" ให้เลือกไป เพราะค่าตรวจถูกกว่าค่ารักษานกที่ทรุดแล้วเสมอ
| สัญญาณที่เห็น | ระดับ | ควรทำ |
|---|---|---|
| ขี้น้ำเยอะ แต่ยังร่าเริง กินปกติ | เขียว รอดูได้ | ลดผักผลไม้ สังเกต 24 ชั่วโมง |
| ขี้เหลวต่อเนื่อง 1 วัน แต่ยังกิน | เหลือง | นัดหมอภายใน 1 ถึง 2 วัน |
| ถอนขนหน้าอก ผิวหนังยังไม่มีแผล | เหลือง | ปรับอาหารและสภาพแวดล้อม ถ้า 2 สัปดาห์ไม่ดีขึ้นให้ตรวจ |
| น้ำหนักลด 5 ถึง 9% | เหลือง | ชั่งทุกเช้า ถ้าไม่ขึ้นใน 3 วันให้นัดหมอ |
| จามบ่อย มีน้ำมูก ยังกินปกติ | เหลือง | ย้ายออกจากลมแอร์ นัดหมอภายใน 2 วัน |
| น้ำหนักลดเกิน 10% | แดง | หาหมอทันที |
| ฟูขน นั่งก้นกรง ไม่กิน | แดง | หาหมอทันที ให้ความอบอุ่นระหว่างเดินทาง |
| หางกระดก อ้าปากหายใจ มีเสียงเวลาหายใจ | แดง ฉุกเฉิน | หาหมอทันที ห้ามรอข้ามคืน |
| เลือดออก ขี้ดำ อาเจียนซ้ำ ชัก | แดง ฉุกเฉิน | หาหมอทันที |
| ตัวเมียเบ่ง ท้องป่อง ยืนขากาง นั่งก้นกรง | แดง ฉุกเฉิน | สงสัยไข่ค้าง หาหมอทันที ให้ความอบอุ่นระหว่างทาง |
หมอที่ควรไปคือหมอที่รับตรวจนกหรือสัตว์ exotic โดยตรง ไม่ใช่คลินิกหมาแมวทั่วไป เพราะการจับนก การเจาะเลือด และการคำนวณยาต่างกันมาก โทรถามก่อนออกจากบ้านว่ารับตรวจนกไหม และวันนั้นมีหมอนกอยู่ไหม จะได้ไม่เสียเวลาพานกป่วยเดินทางเปล่า
ระหว่างรอไปหาหมอ ดูแลนกม๊องค์ป่วยที่บ้านยังไง
สิ่งแรกที่ต้องทำคือให้ความอบอุ่น เพราะนกป่วยจะรักษาอุณหภูมิร่างกายเองไม่ไหว คลุมกรง 3 ด้านด้วยผ้า เปิดไว้ด้านหน้า ย้ายกรงออกจากลมแอร์และพัดลม ให้อุณหภูมิรอบตัวนกอยู่ราว 28 ถึง 30 องศา ถ้าห้องเย็นให้ใช้หลอดไฟส่องข้างกรงห่างพอที่นกจะขยับหนีได้ถ้าร้อนเกิน
ต่อมาคือให้กินให้ได้ง่ายที่สุด เอาถ้วยอาหารและน้ำมาวางใกล้จุดที่นกเกาะ ถ้านกลงไปอยู่ก้นกรงก็ย้ายถ้วยลงไปวางข้างตัว ให้ของที่นกชอบและกินง่าย เช่น ข้าวโพดต้ม ข้าวต้มนิ่ม ๆ หรือ pellet แช่น้ำอุ่น ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาบังคับให้กินอาหารเพื่อสุขภาพ ขอแค่ให้มีพลังงานเข้าร่างกายก่อน และเปลี่ยนน้ำสะอาดวันละ 2 ครั้ง
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือให้ยาคนหรือยาที่ซื้อจากร้านนกโดยไม่รู้ว่านกเป็นอะไร ยาปฏิชีวนะผิดชนิดหรือผิดขนาดทำให้นกตายได้ในตัวเดียว และการป้อนอาหารด้วยไซริงค์ถ้าไม่เคยป้อนลูกป้อนมาก่อน มีโอกาสสำลักลงปอดสูงมาก ถ้านกไม่กินเองเลย ให้รีบไปหาหมอดีกว่าลองป้อนเอง
- เก็บขี้สดใส่กระดาษหรือถุงซิป หรืออย่างน้อยถ่ายรูปขี้ 2 ถึง 3 กองล่าสุด
- จดว่านกกินอะไรบ้างใน 3 วันที่ผ่านมา น้ำหนักล่าสุดเท่าไหร่ อาการเริ่มเมื่อไหร่
- ถ้ามีขนที่ถอนหรือของที่อาเจียนออกมา เก็บใส่ถุงไปด้วย
- ใส่นกในกล่องเล็กหรือกรงพกพาที่มีผ้ารองพื้น ไม่ต้องใส่คอนสูงเพราะนกอ่อนแรงอาจตกลงมา
- ในรถอย่าให้ลมแอร์เป่าใส่กล่องโดยตรง คลุมผ้าบาง ๆ ให้นกรู้สึกปลอดภัย
- เตรียมเงินไว้ ค่าตรวจพื้นฐานพร้อมตรวจขี้ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 300 ถึง 1,500 บาท แล้วแต่สถานที่และรายการตรวจ ส่วนค่ายาและค่าเจาะเลือดคิดแยก
ถ้าเลี้ยงนกหลายตัว ให้แยกตัวที่ป่วยออกไปอยู่คนละห้องทันที ใช้ถ้วยอาหารคนละชุด และล้างมือทุกครั้งหลังจับตัวป่วยก่อนไปจับตัวอื่น โรคหลายอย่างในนกแก้วติดกันผ่านฝุ่นขนและขี้ได้ง่ายกว่าที่คิด
เลี้ยงยังไงให้นกม๊องค์ไม่ป่วยบ่อย
นกม๊องค์ที่ป่วยบ่อยส่วนใหญ่มาจาก 3 เรื่อง คือ อาหารที่มีแต่เมล็ด กรงที่ไม่สะอาด และความเครียดจากการอยู่กรงแคบทั้งวันโดยไม่มีอะไรทำ แก้ 3 เรื่องนี้ได้ โอกาสป่วยจะลดลงมากกว่าการซื้อวิตามินมาให้เป็นไหน ๆ
เรื่องอาหาร ให้ pellet เป็นอาหารหลักอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของที่กินต่อวัน ผักใบเขียว พริก แครอท ให้ทุกวัน ส่วนเมล็ดทานตะวันให้เป็นขนมฝึกไม่เกินวันละ 5 ถึง 6 เม็ด นกม๊องค์เป็นนกที่อ้วนง่ายและเป็นไขมันพอกตับง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง ถาดที่มีแต่ทานตะวันคือทางลัดไปหาหมอ นอกจากนี้ห้ามให้อโวคาโด ช็อกโกแลต หัวหอม กาแฟ และของทอดเค็ม ๆ จากโต๊ะกินข้าวเด็ดขาด
เรื่องความสะอาด ล้างถ้วยน้ำถ้วยอาหารทุกวัน เปลี่ยนกระดาษรองกรงทุกเช้า ล้างกรงใหญ่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง อาบน้ำหรือพ่นละอองน้ำให้นกสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง และพาออกรับแดดเช้าอ่อน ๆ วันละ 15 ถึง 30 นาที โดยมีที่หลบร่มให้ แดดช่วยเรื่องผิวหนัง ขน และการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งสำคัญมากกับตัวเมียที่วางไข่
เรื่องใจ ให้กรงกว้างพอที่นกจะกางปีกและกระโดดได้ ให้ของแทะที่ทำลายได้จริง เช่น กิ่งไม้สะอาด กระดาษลัง ของเล่นไม้นิ่ม เปลี่ยนตำแหน่งของเล่นทุกสัปดาห์ และปล่อยออกมาเล่นนอกกรงทุกวันอย่างน้อย 1 ถึง 2 ชั่วโมง นกม๊องค์เป็นนกสังคม อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ทั้งวันคือความเครียดสะสม และความเครียดสะสมคือจุดเริ่มของการถอนขนแทบทุกเคส
- ชั่งน้ำหนักสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จดไว้ทุกครั้ง
- ดูขี้ทุกเช้าตอนเปลี่ยนกระดาษ ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที
- นกใหม่ที่รับเข้าบ้าน กักแยกห้องอย่างน้อย 30 วันก่อนให้อยู่ใกล้นกเดิม
- พาไปตรวจสุขภาพและตรวจขี้ปีละ 1 ครั้ง แม้ไม่มีอาการ
- ไม่สูบบุหรี่ ไม่จุดธูป ไม่ใช้กระทะเคลือบ Teflon ที่ร้อนจัด ในห้องที่มีนก เพราะควันพวกนี้ทำให้นกตายเฉียบพลันได้
สุดท้ายอยากบอกมือใหม่ทุกคนว่า นกม๊องค์เป็นนกที่แข็งแรงและอายุยืนได้ถึง 20 ปีขึ้นไปถ้าเลี้ยงถูก ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าม็องค์ Quaker Parrot หรือ Monk Parakeet มันคือนกตัวเดียวกันที่ต้องการแค่อาหารดี กรงสะอาด คนเล่นด้วย และเจ้าของที่สังเกตเก่ง สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การรักษา แต่คือการเห็นให้ทันตั้งแต่วันแรกที่มันเริ่มไม่เหมือนเดิม
คำถามที่พบบ่อย
นกม๊องค์ท้องเสียให้กินอะไรดี
ให้อาหารที่ย่อยง่ายและแห้งขึ้น เช่น pellet ข้าวโพดต้ม หรือข้าวต้มนิ่ม ๆ งดผักผลไม้ 1 ถึง 2 วัน และให้น้ำสะอาดตลอดเวลา ถ้าเกิน 1 วันยังไม่ดีขึ้นหรือนกเริ่มซึม ต้องพาไปตรวจขี้กับหมอ ไม่ควรซื้อยาแก้ท้องเสียมาให้เอง
นกม๊องค์จามบ่อยผิดปกติไหม
จามวันละ 1 ถึง 2 ครั้งจากฝุ่นหรือขนตอนไซ้ขนถือว่าปกติ แต่ถ้าจามติดกันหลายครั้งต่อวัน มีน้ำมูก หรือขนรอบรูจมูกเปียกเป็นคราบ อาจเป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจ ควรย้ายออกจากลมแอร์และพาไปตรวจภายใน 1 ถึง 2 วัน
ให้ยาคนกับนกม๊องค์ได้ไหม
ไม่ได้เด็ดขาด ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ และยาปฏิชีวนะของคนหลายตัวเป็นพิษกับนกในขนาดที่น้อยมาก ยาทุกชนิดต้องมาจากหมอที่ตรวจนกและคำนวณตามน้ำหนักตัวเท่านั้น
นกม๊องค์ขย้อนอาหารใส่ของเล่นหรือใส่มือเรา ป่วยหรือเปล่า
ถ้านกโยกหัวขึ้นลงอย่างตั้งใจแล้วคายอาหารเป็นก้อนให้คนหรือของที่มันรัก นั่นคือพฤติกรรมจีบ ไม่ใช่ป่วย แต่ถ้าสะบัดหัวแรงจนอาหารกระจายติดขนหน้า และนกซึมร่วมด้วย นั่นคืออาเจียนและต้องไปหาหมอ
โรคนกม๊องค์ติดคนได้ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ติด แต่มีบางโรคที่ติดคนได้ เช่น psittacosis ซึ่งทำให้คนมีไข้และไอ จึงควรล้างมือหลังทำความสะอาดกรงทุกครั้ง ไม่เอาปากจ่อปากนก และถ้าคนในบ้านป่วยพร้อมกับนกให้บอกหมอด้วยว่าเลี้ยงนกแก้ว
เลี้ยงนกม๊องค์เป็นคู่ ตัวหนึ่งป่วยต้องแยกไหม
ควรแยกทันที ใส่กรงคนละใบและอยู่คนละห้องถ้าทำได้ เพราะโรคติดเชื้อในนกแก้วแพร่ผ่านขี้ ฝุ่นขน และการป้อนอาหารกันได้ง่าย แยกจนกว่าหมอจะยืนยันว่าไม่ใช่โรคติดต่อหรือรักษาหายแล้ว
นกม๊องค์แก่ มีอาการแบบไหนที่ไม่ใช่ป่วย
นกอายุ 15 ปีขึ้นไปจะหลับกลางวันบ่อยขึ้น เล่นน้อยลง และเกาะคอนต่ำลงบ้าง ถือว่าเป็นไปตามวัย แต่น้ำหนักที่ลดเกิน 10% ขี้ที่เปลี่ยน หรือหางกระดกตอนหายใจ ไม่ใช่เรื่องของอายุ ต้องตรวจเหมือนนกวัยอื่น